โรคพยาธิหนอนหัวใจ: ภัยเงียบที่คุกคามชีวิตสัตว์เลี้ยง

Last updated: 30 ส.ค. 2568  |  269 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โรคพยาธิหนอนหัวใจ: ภัยเงียบที่คุกคามชีวิตสัตว์เลี้ยง

ทำไมโรคพยาธิหนอนหัวใจถึงอันตราย?
วงจรชีวิตของพยาธิ
พยาธิหนอนหัวใจเข้าสู่ร่างกายสัตว์เลี้ยงผ่านยุงที่เป็นพาหะ เมื่อยุงกัด ตัวอ่อนของพยาธิ (larvae) จะเข้าสู่กระแสเลือด จากนั้นเจริญเติบโตและเคลื่อนเข้าสู่หัวใจและหลอดเลือดปอด กลายเป็นตัวเต็มวัยที่ยาวถึง 15–30 เซนติเมตร

ความเสียหายต่ออวัยวะ
พยาธิตัวเต็มวัยจะเกาะอยู่ในหลอดเลือดและหัวใจ ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจโต หัวใจล้มเหลว และการทำงานของอวัยวะอื่น ๆ เสื่อมลงตามมา โดยเฉพาะตับและไต

อาการแสดงที่ตรวจพบยาก
ในช่วงระยะแรกของการติดเชื้อ สัตว์เลี้ยงมักไม่แสดงอาการใด ๆ อาการมักเริ่มปรากฏเมื่อพยาธิเจริญเติบโตจนส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิตแล้ว ซึ่งบางครั้งก็อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตอย่างกะทันหัน

การรักษาที่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง
การรักษาพยาธิหนอนหัวใจมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ต้องใช้ยาเฉพาะทาง และต้องควบคุมการเคลื่อนไหวของสัตว์เลี้ยงอย่างเข้มงวดตลอดระยะเวลาการรักษา การรักษานั้นมีค่าใช้จ่ายสูง และในบางกรณีอาจมีความเสี่ยงแทรกซ้อนระหว่างกระบวนการรักษา

อาการของโรคพยาธิหนอนหัวใจ

อาการของโรคพยาธิหนอนหัวใจในสุนัขและแมวแตกต่างกันไปตามระยะของโรคและจำนวนพยาธิที่ติดเชื้อ แต่โดยทั่วไปสามารถสังเกตอาการได้ดังนี้:

  • หายใจลำบาก: หอบ เหนื่อยง่าย หรือหายใจเร็วผิดปกติ
  • อ่อนเพลีย: ไม่กระฉับกระเฉง นอนมากกว่าปกติ
  • ไอเรื้อรัง: โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย
  • น้ำหนักลด: เบื่ออาหาร หรือไม่กินอาหาร
  • บวมน้ำ: อาจพบการบวมน้ำที่ขาหลัง หรือมีของเหลวสะสมในช่องท้อง (ท้องมาน)
  • ลิ้นหรือเหงือกซีดหรือคล้ำ: บ่งชี้ถึงภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ

    สำหรับแมว อาการอาจไม่ชัดเจนเท่าสุนัข เช่น หอบ หายใจเสียงดัง อาเจียน หรือในบางกรณีอาจเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

การวินิจฉัยโรคพยาธิหนอนหัวใจ
สัตวแพทย์จะทำการตรวจโดยใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อยืนยันการติดเชื้อ เช่น

  • ตรวจเลือด: ตรวจหาสารแอนติเจนของพยาธิ หรือหาตัวอ่อนในเลือด
  • เอกซเรย์ทรวงอก: ตรวจหาความผิดปกติของหัวใจและปอด
  • อัลตราซาวด์หัวใจ: เพื่อดูพยาธิที่อยู่ในหัวใจโดยตรง
  • ตรวจสุขภาพทั่วไป: เพื่อประเมินสภาพร่างกายและพิจารณาความพร้อมในการรักษา

การรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจ
การรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยง โดยทั่วไปมีแนวทางดังนี้:

  1. การใช้ยาฆ่าพยาธิตัวเต็มวัย (ในกรณีสุนัข): ให้ยาเฉพาะทางภายใต้การควบคุมของสัตวแพทย์
  2. ควบคุมการเคลื่อนไหว: หลังเริ่มการรักษา สัตว์เลี้ยงควรพักอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงการหลุดของพยาธิที่ตายแล้ว
  3. การรักษาประคับประคอง: เช่น การให้ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดัน หรือยาช่วยการทำงานของหัวใจ
  4. การผ่าตัดเอาพยาธิออก: ในกรณีที่มีพยาธิจำนวนมากจนเป็นอันตรายทันที

การป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจ
ทางเลือกที่ดีที่สุดในการรับมือกับโรคนี้คือ การป้องกันก่อนเกิดโรค ซึ่งสามารถทำได้ง่ายและประหยัดกว่าการรักษามาก:

  • ให้ยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจเป็นประจำ: มีทั้งรูปแบบเม็ดกิน หยดหลัง หรือยาฉีด ซึ่งควรให้ต่อเนื่องทุกเดือนตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
  • ลดการสัมผัสกับยุง: โดยการเลี้ยงสัตว์ในบ้านตอนกลางคืน หลีกเลี่ยงแหล่งน้ำขังและใช้มุ้งหรือตาข่ายกันยุง
  • ตรวจเลือดเป็นประจำ: ปีละ 1–2 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงปลอดภัยจากโรค

สรุป
โรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นภัยเงียบที่อาจคร่าชีวิตสัตว์เลี้ยงได้ หากไม่ป้องกันหรือวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ แม้ว่าโรคนี้จะมีวิธีรักษา แต่การรักษานั้นมีความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายสูง ทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการให้ยาตามกำหนด และพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพอยู่เสมอ

หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการป้องกันหรือรักษาโรคพยาธิหนอนหัวใจ สามารถ
ปรึกษาสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์เศรษฐกิจสัตวแพทย์ได้ทุกวันช่องทางติดต่อโรงพยาบาลสัตว์เศรษฐกิจสัตวแพทย์

ติดต่อสอบถามหรือโทรนัดหมาย : 086-328-3781, 02-809-2372

นัดหมายสัตวแพทย์ / สอบถามข้อมูล : คลิกที่นี่

ปรึกษาสัตวแพทย์ออนไลน์  : คลิกที่นี่

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้