โปรแกรมแมว2
โปรแกรมตรวจสุขภาพระบบทางเดินอาหารเชิงลึกสำหรับแมว  (Gastrointestinal Insight Scan For Cat) สำหรับระดับทดสอบ 5-7 คะแนน

เป้าหมายของโปรแกรม Gastrointestinal Insight Scan For Cat คือ “ตรวจลึกพอที่จะเห็นต้นตอของปัญหา โดยยังคงคำนึงถึงความเครียดและสวัสดิภาพของแมวเป็นสำคัญ”

การเตรียมตัวล่วงหน้าที่ถูกต้องจะช่วยให้

  • ผลตรวจเลือดและผลประเมินระบบทางเดินอาหารมีความแม่นยำ โดยเฉพาะเคมีเลือด เช่น ตัวบ่งชี้โรคตับอ่อนอักเสบ (Feline Pancreatic Lipase : fPL), ระดับวิตามินเพื่อประเมินภาวะดูดซึมและสมดุลลำไส้เล็ก (B12/Folate), ปริมาณฮอร์โมนไทรอกซิน (Thyroxine :T4)
  • ภาพอัลตราซาวด์ของตับ–ถุงน้ำดี–ท่อน้ำดี–ตับอ่อน–ลำไส้ชัดเจน
  • ลดความเครียดของน้องแมวตามหลัก Cat Friendly Clinic
  • ทำให้การมาพบสัตวแพทย์เป็นประสบการณ์ที่นุ่มนวลที่สุด ตามหลัก Cat Friendly Clinic

การเตรียมตัวก่อนวันนัด (ตามหลัก Cat Friendly Clinic)

1. เตรียมตะกร้าหรือกระเป๋าแมวที่น้องคุ้นเคย

  • เลือกตะกร้าหรือกระเป๋าแมวที่แข็งแรง ระบายอากาศดี และเปิดด้านบนได้
  • ปูผ้าห่มนุ่ม ๆ หรือผ้าผืนเดิมที่ใช้อยู่ที่บ้าน เพื่อให้มีกลิ่นคุ้นเคย
  • หากเป็นไปได้ วางกรงเปิดทิ้งไว้ที่บ้านล่วงหน้า ใส่ขนมหรือของเล่นให้น้องเข้าไปนอนเอง เพื่อให้รู้สึกว่ากรงเป็น “ที่ปลอดภัย”

2. ใช้กลิ่นช่วยลดความเครียด

  • สามารถใส่ผ้าที่มีกลิ่นเจ้าของลงไปในกรง
  • หากเคยใช้สเปรย์หรือผลิตภัณฑ์ช่วยผ่อนคลายแมวตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ สามารถฉีดบนผ้าคลุมกรงล่วงหน้าก่อนออกจากบ้าน

3. สังเกตอาการและจดบันทึก

  • ความถี่และลักษณะของการอาเจียน (น้ำดี, อาหาร, ก้อนขน, หลังทานอาหาร ฯลฯ)
  • ลักษณะการถ่ายอุจจาระ (นิ่ม, เหลว, มูก, สี, กลิ่นผิดปกติ)
  • การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก ความอยากอาหาร และพฤติกรรม
  • ถ้าเป็นแมวสูงวัย ให้สังเกตการดื่มน้ำและปริมาณปัสสาวะร่วมด้วย

ข้อดี : ข้อมูลเหล่านี้จะถูกใช้ในการประเมิน Gastrointestinal Score และช่วยแยกเคสที่เกิดจากอาหาร/ขนแมว ออกจากเคสที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรัง เช่น ภาวะที่แมวมีอาการอักเสบพร้อมกัน 3 ระบบในทางเดินอาหาร (Triaditis) คือ ตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis), ตับและท่อน้ำดีอักเสบ (Inflammatory Liver Disease หรือ Cholangitis), และลำไส้เล็กอักเสบ (Inflammatory Bowel Disease หรือ IBD)

4. รวบรวมข้อมูลอาหาร ยา และผลตรวจเดิม

  • ยี่ห้ออาหารหลัก สูตรอาหาร (สูตรทางเดินอาหาร, สูตรควบคุมโรค, หรืออาหารบ้าน)
  • ขนม อาหารเสริม น้ำมัน/วิตามินที่ได้รับ
  • รายชื่อยาและวันที่เริ่มใช้ เช่น ยาฆ่าเชื้อ ยาลดกรด ยาแก้อาเจียน ยาลดความดัน, ยาต่อมไทรอยด์ ฯลฯ
  • ผลเลือด/ค่าไต/ค่าไทรอยด์/อัลตราซาวด์เดิม (ถ้ามี)

การเตรียมตัวในวันมาตรวจ

1. การงดอาหารก่อนตรวจเลือดและอัลตราซาวด์

  • แนะนำให้งดอาหาร ประมาณ 8–10 ชั่วโมง ก่อนมาตรวจ

ข้อยกเว้น: ลูกแมว, แมวผอมมาก, แมวเบาหวาน หรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า ทีมแพทย์จะพิจารณาเป็นรายกรณี ไม่ควรงดอาหารเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์

2. การเตรียมตัวอย่างอุจจาระ

  • ถ้าเป็นไปได้ ให้เก็บอุจจาระในเช้าวันตรวจหรือภายใน 12 ชั่วโมงก่อนมา
  • ใส่ในภาชนะสะอาด ปิดมิดชิด
  • ถ้าไม่สะดวกเก็บเอง เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเก็บตัวอย่างเมื่อแมวขับถ่ายที่โรงพยาบาลได้

3. การพาน้องแมวมาที่โรงพยาบาลตามแนวคิด Cat Friendly

  • พาแมวมาในตะกร้าหรือกระเป๋าที่ปิดมิดชิด ไม่อุ้มแมวเปล่า เพื่อลดความเครียดและป้องกันการหนี
  • ระหว่างเดินทาง ควรวางตะกร้าและกระเป๋าบนพื้นรถหรือเบาะในตำแหน่งที่มั่นคง ไม่โยกไปมา
  • เมื่อมาถึงโรงพยาบาล สามารถวางตะกร้าหรือกระเป๋าไว้บนเก้าอี้ข้างตัวเจ้าของ หรือพื้นที่เงียบ

ทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้มาตรฐาน Cat Friendly Clinic คือ ลดเสียงดัง ลดสิ่งเร้า ใช้การจับประคองที่นุ่มนวล และหลีกเลี่ยงการบังคับแมวเกินจำเป็น

ขั้นตอนที่ 1: ต้อนรับและซักประวัติอาการเรื้อรัง

  • เจ้าหน้าที่ต้อนรับลงทะเบียน พร้อมจัดตำแหน่งตะกร้าหรือกระเป๋าแมวให้อยู่ในจุดที่ปลอดภัยและเงียบ
  • สัตวแพทย์จะซักประวัติอย่างละเอียด ไม่มีหัตถการใด ๆ ที่ทำให้แมวเจ็บ โดยคำนึงถึงความเครียดของแมวเป็นหลัก ให้เจ้าของเป็นผู้เล่าเป็นส่วนใหญ่ ประเด็นที่เน้น ได้แก่
    • ลักษณะอาการหลัก (Chief complaint & timeline)
      • เริ่มมีอาการเมื่อไร เป็นต่อเนื่องหรือเป็น ๆ หาย ๆ
      • ความถี่อาเจียน/ท้องเสียใน 1 สัปดาห์/1 เดือน
      • ช่วงเวลาเป็นมาก (เช้า/หลังอาหาร/กลางคืน)
      • มีสิ่งกระตุ้นไหม (เปลี่ยนอาหาร เครียด ย้ายบ้าน เปลี่ยนทราย)
    • อาเจียน (Vomiting details)
      • ลักษณะอาเจียน: อาหารย่อย/น้ำ/ฟอง/น้ำดี/มีขน (hairball)
      • อาเจียนก่อนกินหรือหลังกินกี่ชั่วโมง
      • อาเจียนแรงหรือแค่สำรอก (regurgitation)
      • มีเลือดปนหรือไม่ (แดงสด/สีคล้ำ)
      • หลังอาเจียนยังอยากกินไหม
    • การถ่ายอุจจาระ (Stool pattern)
      • ความถี่การถ่ายต่อวัน
      • ลักษณะอุจจาระ: นิ่ม/เหลว/มีมูก/มีเลือด/สีเข้มผิดปกติ
      • เบ่งถ่ายหรือถ่ายกะปริดกะปรอย
      • กลิ่นแรงผิดปกติ/มีไขมันมันเยิ้ม
      • อึนอกกระบะ/รีบวิ่งเข้ากระบะ (urgency)
    • ความอยากอาหาร–น้ำหนัก–กล้ามเนื้อ
      • กินลดลง เลือกกิน หรือกินมากขึ้นผิดปกติ
      • น้ำหนักลดเมื่อไร ลดประมาณเท่าไร (ถ้ามีสถิติเดิมยิ่งดี)
      • สังเกตว่ากล้ามเนื้อลด/ตัวลีบ หรือประเมิน Body Condition Score :BCS ลดไหม
      • การกินน้ำเพิ่มขึ้นหรือไม่ (สำคัญต่อโรคไตวายเรื้อรัง/ไทรอยด์เป็นพิษ)
    • อาการร่วมที่สัมพันธ์กับระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal-associated signs)
      • เลียริมฝีปาก/กลืนน้ำลายบ่อย (คลื่นไส้)
      • เรอ/ท้องอืด/มีเสียงลำไส้ดัง
      • ท่าปวดท้อง (ไม่ให้จับท้อง ซ่อนตัว หลังโก่ง)
      • น้ำลายไหล/ปากเหม็น
      • อ่อนแรง ซึม นอนมากขึ้น
    • ประวัติอาหารแบบละเอียด (Diet history — หัวใจของ Moderate)
      • กินอาหารหลักอะไร (เม็ด/เปียก/ทำเอง) ยี่ห้อ สูตร โปรตีนหลัก
      • เปลี่ยนอาหารเมื่อไร เปลี่ยนเร็วไหม
      • ขนม/ท็อปปิ้ง/นมแมว/อาหารคน
      • มีการให้อาหารหลายสูตรสลับกันหรือไม่
      • กินของแปลก/เลียพลาสติก/กัดของเล่น (pica)
    • ก้อนขน (Hairball) และการเลียทำความสะอาดตัวเอง (grooming)
      • อาเจียนเป็นก้อนขนบ่อยแค่ไหน
      • ขนร่วงมากขึ้นไหม เลียขนมากผิดปกติหรือไม่
      • ได้ผลิตภัณฑ์ลดก้อนขน/ไฟเบอร์/มอลต์เพสต์หรือไม่
    • การถ่ายพยาธิ–กันเห็บหมัด–ความเสี่ยงติดเชื้อ
      • ถ่ายพยาธิล่าสุดเมื่อไร ใช้ยาอะไร
      • ป้องกันเห็บหมัด/พยาธิหนอนหัวใจหรือไม่
      • มีประวัติท้องเสียหลังรับแมวใหม่/ไปฝากเลี้ยง/ไปโรงแรมสัตว์
      • อยู่ร่วมกับแมวหลายตัว/มีแมวเด็กในบ้าน (เสี่ยงโปรโตซัว Giarda/Trichomonas)
    • ประวัติการใช้ยา/อาหารเสริม/สารที่เป็นพิษ
      • ได้ยาแก้อักเสบ/สเตียรอยด์/ยาปฏิชีวนะ/ยาถ่ายพยาธิ/โปรไบโอติกมาก่อนหรือไม่ ตอบสนองอย่างไร
      • อาหารเสริม วิตามิน น้ำมันปลา สมุนไพร
      • เสี่ยงกินสารพิษ เช่น ลิลลี่ ยาฆ่าแมลง ยาคน
    • โรคร่วมสำคัญที่ทำให้ “เหมือนมีปัญหาระบบทางเดินอาหาร” (Extra-Gastrointestinal diseases)
      • ไตวายเรื้อรัง (CKD) : กินน้ำนานขึ้น ฉี่มากขึ้น น้ำหนักลด เบื่ออาหาร
      • ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism): กินเก่งแต่น้ำหนักลด กระสับกระส่าย ขนไม่สวย
      • ตับ/ทางเดินน้ำดี (Hepatobiliary disease) : เบื่ออาหาร ดีซ่าน อาเจียนร่วม
      • เบาหวาน : กินน้ำเยอะ ฉี่เยอะ น้ำหนักลด
      • เคยมีประวัติตับอ่อนอักเสบ/ตับอักเสบหรือไม่ (ถ้ามี เพิ่มความสงสัย triaditis)
    • ประวัติวัคซีน /ภาวะโรคแฝงจากการติดเชื้อไวรัสลิวคิเมียและเอดส์แมว / การออกนอกบ้าน
      • ตรวจหาภาวะโรคแฝงจากการติดเชื้อไวรัสลิวคิเมียและเอดส์แมว (FeLV/FIV) เคยตรวจหรือไม่ เมื่อไร ผลเป็นอย่างไร
      • ออกนอกบ้านไหม/มีประวัติกัดกัน (เสี่ยง FeLV/FIV )
      • รับเลี้ยงใหม่/มาจากแมวจร (เสี่ยง FeLV และโรคติดเชื้อเรื้อรัง)
    • สัญญาณเตือนที่ต้องถามให้ครบ (Red flags)
      • อาเจียนถี่ขึ้นเรื่อย ๆ / มีเลือด
      • ถ่ายดำ/ถ่ายมีเลือดสด
      • น้ำหนักลดชัด
      • ซึมมาก ขาดน้ำ
      • เบื่ออาหารยาว >24–48 ชม. เสี่ยงภาวะไขมันนพอกตับ (hepatic lipidosis) ในแมว

ขั้นตอนที่ 2: การตรวจร่างกายอย่างละเอียดแบบ Cat Friendly

  • น้องแมวจะถูกพาเข้าสู่ห้องตรวจโดยยังอยู่ในตะกร้าหรือกระเป๋า จนกว่าสัตวแพทย์จะพร้อม
  • สัตวแพทย์เปิดตะกร้าหรือกระเป๋าอย่างช้า ๆ ใช้น้ำเสียงนุ่มนวล และอาจคลุมตะกร้าหรือกระเป๋าบางส่วนเพื่อลดสิ่งเร้า
  • เพื่อค้นหาสาเหตุของอาการระบบทางเดินอาหารที่เริ่มเรื้อรังหรือเกิดซ้ำ ทีมสัตวแพทย์จะตรวจร่างกายอย่างเป็นลำดับ โดยยึดหลัก Cat Friendly คือ “ลดความเครียด ตรวจอย่างนุ่มนวล และเก็บข้อมูลให้แม่นยำที่สุด” เพื่อวางแผนตรวจและรักษาได้ตรงจุด
    • ประเมินภาพรวมก่อนจับตัว (Observation) เริ่มจากการสังเกต
      • ความร่าเริง
      • พฤติกรรม
      • ท่าทางการเดิน
      • การหายใจ
      • การเลียทำความสะอาดขน (grooming)
      • แมวมักซ่อนอาการ การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ อาจช่วยชี้แนวโน้มของโรคเรื้อรังได้ตั้งแต่ต้น
    • วัดสัญญาณชีพ (Vitals)
      • วัดอุณหภูมิ
      • ชีพจร
      • อัตราการหายใจ
      • เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายและคัดกรองภาวะผิดปกติที่อาจต้องดูแลเร่งด่วน
    • ชั่งน้ำหนัก และประเมิน Body Condition Score พร้อม Muscle Condition Score
      • ชั่งน้ำหนักเทียบสถิติเดิม
      • ประเมินภาวะอ้วน/ผอม (Body Condition Score: BCS)
      • ประเมินระดับกล้ามเนื้อ (Muscle Condition Score : MCS)
      • เนื่องจาก “น้ำหนักลดหรือกล้ามเนื้อลด” เป็นสัญญาณสำคัญของโรคทางเดินอาหารเรื้อรังในแมว
    • ประเมินภาวะขาดน้ำและการไหลเวียนเลือด
      • ตรวจสีเหงือก ความชุ่มชื้นของเยื่อเมือก
      • ประเมินการไหลเวียนเลือดส่วนปลาย (Capillary Refill Time: CRT)
      • การประเมินภาวะขาดน้ำเบื้องต้น เป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาเจียน/ท้องเสียอาจทำให้แมวสูญเสียน้ำและเกลือแร่ได้ง่าย
    • ฟังเสียงหัวใจและปอด
      • เพื่อคัดกรองโรคร่วมและประเมินความปลอดภัยก่อนการตรวจเพิ่มเติม เช่น การเจาะเลือด การอัลตราซาวด์ หรือการให้ยาบางชนิด
    • สัตวแพทย์จะคลำช่องท้องแบบเบามือและอ่อนโยน (Cat Friendly Abdominal Palpation) โดยให้ความสำคัญกับความสบายและความปลอดภัยของแมวเป็นอันดับแรก เพื่อประเมิน
      • ความเจ็บปวด
      • ก๊าซ/การตึงของลำไส้
      • สิ่งผิดปกติอื่นๆ เช่น ก้อน หรือความหนาตัวของลำไส้
      • อวัยวะภายในที่เกี่ยวข้อง เช่น ตับ ไต และกระเพาะปัสสาวะ
    • ตรวจผิวหนังและสภาพขน (แบบคัดกรอง)
      • ตรวจแบบสั้น ๆ เพื่อค้นหาสัญญาณที่อาจสัมพันธ์กับปัญหา GI เช่น ภูมิแพ้อาหาร/ภาวะไวต่ออาหาร ที่อาจมีอาการคัน เลียขน ผื่น หรือหูอักเสบร่วมด้วย
    • ตรวจบริเวณรอบทวารหนัก (Perianal Inspection)
      • ตรวจรอบก้นแบบไม่รุกล้ำ เพื่อดูคราบอุจจาระ รอยมูก/เลือด การระคายเคือง หรือสัญญาณของการเบ่งถ่าย ซึ่งช่วยแยกประเภทของปัญหาลำไส้และประเมินความรุนแรงของอาการได้

มาตรฐาน Cat Friendly: ตรวจแบบนุ่มนวล ปลอดภัย และเป็นระบบ

หากแมวมีความกังวลหรือเครียด ทีมจะเน้นตรวจส่วนสำคัญก่อน และปรับขั้นตอนให้เหมาะกับนิสัยของแต่ละตัว เพื่อให้แมวรู้สึกปลอดภัยและได้ผลตรวจที่เชื่อถือได้

หมายเหตุ : เมื่ออยู่ในกลุ่ม Moderate สัตวแพทย์มักแนะนำการตรวจเชิงลึกเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือดแบบละเอียด รวมตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์(T4)ในแมวสูงวัย, ตรวจเฉพาะทาง เช่น ระดับวิตามินเพื่อประเมินภาวะดูดซึมและสมดุลลำไส้เล็ก(B12/Folate), ตรวจหาภาวะตับอ่อนอักเสบ (feline Pancreatic Lipase : fPL) และอัลตราซาวด์ช่องท้องแบบเน้นระบบทางเดินอาหาร ตับ และท่อน้ำดี (Gastrointesinal & hepatobiliary-focused) เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจนและวางแผนการรักษาที่ตรงจุดมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 3: การเก็บตัวอย่างเลือด

  • เมื่อแมวอยู่ในสภาพที่พร้อมตรวจ สัตวแพทย์จะประเมินท่าจับประคองที่เหมาะสมที่สุด โดยคำนึงถึงความเครียดและนิสัยของแต่ละตัว
  • สัตวแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรมเฉพาะทางจะเป็นผู้เก็บเลือด
  • ใช้เข็มและอุปกรณ์ขนาดเหมาะสมสำหรับแมว โดยพยายามใช้เวลาในการเจาะเลือดให้น้อยที่สุด
  • ปริมาณเลือดที่เก็บอยู่ในมาตรฐานปลอดภัยสำหรับแมว และเพียงพอสำหรับการตรวจดังนี้
    • ประเมินเม็ดเลือดทั้งหมด ภาวะซีดโลหิตจาง การอักเสบ และการติดเชื้อ
    • ประเมินการทำงานของตับและท่อน้ำดี
    • ประเมินการทำงานของไตและโรคร่วม
    • ประเมินไขมันในเลือด
    • คัดกรองโรคไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) ในแมวอายุ > 7 ปี หรือมีข้อบ่งชี้
    • ประเมินภาวะตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง
    • ประเมินภาวะดูดซึมผิดปกติในลำไส้เล็ก และภาวะกลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Chronic Enteropathy:CE / Inflammatory Bowel Disease:IBD)

ขั้นตอนการเจาะเลือดอาจทำให้น้องรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่ใช้เวลาไม่นาน และทีมงานจะคอยประเมินสัญญาณความเครียดของแมวตลอดเวลา

ขั้นตอนที่ 4: การตรวจอุจจาระ (Fecal & Parasite Screening)

เพื่อแยกสาเหตุที่รักษาได้ง่ายออกจากโรคเรื้อรัง เจ้าหน้าที่จะนำอุจจาระไปตรวจด้วยเทคนิคทางห้องปฏิบัติการ เพื่อค้นหาไข่พยาธิภายในลำไส้ และตรวจหาภาวะการติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไวรัสและโปรโตซัวของแมว การตรวจอุจจาระเป็นการตรวจตัวอย่างเท่านั้น ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อน้องแมว

หมายเหตุ : หากไม่ได้เตรียมอุจจาระมา โรงพยาบาลอาจช่วยเก็บตัวอย่างภายในบริเวณโรงพยาบาล เมื่อสัตว์ขับถ่าย

ขั้นตอนที่ 5 : การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis)

  • โดยเฉพาะในแมวสูงวัยอายุมากกว่า 7 ปี หรือมีค่าความเสี่ยงโรคไต หรือกรณีที่สัตวแพทย์เห็นว่าควรประเมินเพิ่มเติม
  • วิธีเก็บปัสสาวะเลือกตามความเครียดและความร่วมมือของแต่ละตัว
  • ก่อนใช้วิธีที่อาจทำให้แมวไม่สบายเพิ่มขึ้น จะมีการอธิบายให้เจ้าของ

เข้าใจและขอความยินยอมทุกครั้ง การตรวจตัวอย่างเหล่านี้ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดต่อแมวโดยตรง

ขั้นตอนที่ 6: การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง (Gastrointestinal & Hepatobiliary Ultrasound)

  • อาจมีการโกนขนบางส่วนบริเวณหน้าท้องเล็กน้อย เพื่อให้หัวตรวจสัมผัสผิวหนังได้ดี
  • แมวจะถูกวางบนเบาะนุ่ม ๆ มีเจ้าหน้าที่ช่วยประคองในท่าที่สบายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • ใช้หัวตรวจอัลตราซาวด์ร่วมกับเจล เน้นตรวจอวัยวะต่อไปนี้
    • ตับ (liver)
    • ถุงน้ำดีและท่อน้ำดี (gallbladder & bile duct)
    • ตับอ่อน (pancreas)
    • ลำไส้เล็ก (small intestines) และต่อมน้ำเหลืองในช่องท้อง
    • ตรวจของเหลวในช่องท้อง (ถ้ามี)

การตรวจอัลตราซาวด์ใช้ “คลื่นเสียงความถี่สูง” ไม่มีรังสี ไม่ทำให้เจ็บ มักมีเพียงความรู้สึกเย็นจากเจลและการถูกจับประคองเท่านั้น ในแมวที่เครียดมาก สัตวแพทย์อาจปรับเทคนิคหรือแบ่งการตรวจเป็นช่วง ๆ เพื่อลดความเครียด

ขั้นตอนที่ 7: การสรุปผลและวางแผนดูแลแบบเฉพาะตัว

  • สัตวแพทย์จะรวบรวมข้อมูลจาก
    • ประวัติและอาการเรื้อรัง
    • ผลตรวจร่างกาย
    • ผลเลือด (Chemistry, T4, fPL, B12/Folate)
    • ผลตรวจอุจจาระ/ปัสสาวะ (ถ้ามี)
    • ผลอัลตราซาวด์ช่องท้อง
  • จากนั้นอธิบายผลทั้งหมดอย่างเป็นลำดับให้เจ้าของเข้าใจ โดยเชื่อมโยงกับโรคที่อาจพบ เช่น
    • ระยะเริ่มต้นของภาวะลำไส้อักเสบ (Early Chronic Enteropathy: CE / Feline Inflammatory Bowel Disease : IBD)
    • ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง (Chronic Pancreatitis)
    • ภาวะเริ่มต้นที่แมวมีอาการอักเสบพร้อมกัน 3 ระบบในทางเดินอาหาร (ตับ–ตับอ่อน–ลำไส้) (Early Triaditis )
    • โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease : CKD) หรือ ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism )ร่วม
  • วางแผนการดูแลต่อเนื่อง เช่น
    • การปรับอาหารเฉพาะโรคทางเดินอาหาร/ตับอ่อน/ไต
    • การจัดการเรื่องน้ำหนักในแมวอ้วนที่เป็น indoor cat
    • การให้ยาและนัดติดตามเพื่อประเมินการตอบสนอง
    • พิจารณาขยับไปยังระดับการตรวจที่ลึกขึ้น เช่น biopsy / endoscopy หากจำเป็น
  • ตรวจร่างกายทั่วไป
    • ตรวจอย่างเป็นลำดับ โดยเน้น “ตรวจเท่าที่จำเป็น ลดความเครียด และได้ข้อมูลแม่นยำที่สุด”
  • การตรวจเลือด
    • ​ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
    • ตรวจน้ำตาลในเลือด
  • ตรวจการทำงานของไต
    • Creatinine
    • BUN
    • BUN/CREA ratio 
  • ตรวจการทำงานของตับ
    • SGPT (ALT)
    • Alkaline Phosphatase (ALP)
    • Gamma-glutamyltransferese (GGT)
    • Total bilirubin (TBIL)
  • ตรวจระดับโปรตีน
    • Total protein (TP)
    • Albumin (ALB)
    • Globulin (GLOB)
    • ALB/GLOB ratio
  • ตรวจไขมันในเลือด
    • Cholesterol (CHOL)
    • Triglyceride (TRIG)
  • ตรวจระดับแร่ธาตุ
    • Calcium (Ca)
    • Phosphorus (PHOS)
  • ตรวจระดับวิตามิน เพื่อประเมินภาวะดูดซึมและสมดุลลำไส้เล็ก
    • B12
    • Folate
  • ตรวจภาวะตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง (Chronic Pancreatitis)
    • Pancreatic Lipase (PL)
  • ตรวจภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินผิดปกติ (Feline Hyperthyroidism)
    • Total T4
  • ตรวจอุจจาระเพื่อหาพยาธิและภาวะการติดเชื้อจากไวรัสและโปรโตซัวของระบบทางเดินอาหาร
  • การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องเน้นระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal & Hepatobiliary Ultrasound)

รายการต่อไปนี้จะไม่ได้ระบุในโปรแกรม สัตวแพทย์อาจแนะนำให้มีการตรวจเพิ่มเติม หากพบข้อสงสัยหรือความผิดปกติ

  • ตรวจปัสสาวะ***
    • ควรตรวจเมื่อแมวมีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป
      • ถ้าอายุมากกว่า 10 ปี แนะนำอย่างยิ่งเพื่อคัดกรองโรคไต/โรคร่วม
    • ควรตรวจเมื่อแมวมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น
      • ดื่มน้ำมากขึ้น/ฉี่บ่อยขึ้นผิดปกติ (PU/PD) หรือทรายแมวเปียกมากขึ้น
      • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ หรือฉี่ทีละน้อยแต่เข้ากระบะถี่
      • ปัสสาวะมีเลือด/ขุ่น/มีกลิ่นแรงผิดปกติ หรือสีเข้มผิดปกติ
      • เบ่งฉี่ ร้องตอนฉี่ หรือเลียอวัยวะเพศบ่อย (สงสัยปวด/ระคายเคือง)
      • ซึม อ่อนแรง/มีสัญญาณขาดน้ำ (เหงือกแห้ง CRT ช้า) โดยเฉพาะถ้ามีอาเจียน/ท้องเสียร่วม
      • น้ำหนักลด กินลดลง หรืออาเจียนเป็น ๆ หาย ๆ (ต้องแยกโรคไต/ยูรีเมียที่ทำให้คล้ายโรคทางเดินอาหาร)
      • ผลเลือดพื้นฐานมีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับไต/น้ำตาล/โปรตีน เช่น BUN/Creatinine/Phos ผิดปกติ หรือสงสัยเบาหวาน

หมายเหตุ : การตรวจปัสสาวะช่วยคัดกรองโรคไตและโรคทางเดินปัสสาวะที่อาจทำให้มีอาการคล้ายปัญหาระบบทางเดินอาหาร และช่วยประเมินภาวะขาดน้ำได้

  • ตรวจหาภาวะโรคแฝงจากการติดเชื้อไวรัสลิวคิเมียและเอดส์แมว***
a. ควรตรวจเมื่อ
    • ไม่เคยตรวจมาก่อน / ไม่ทราบสถานะ
    • รับเลี้ยงใหม่, มาจากแหล่งรวมแมว / แมวจร / ฟาร์ม / บ้านหลายตัว
    • ออกนอกบ้าน/มีโอกาสกัดกัน/เคยมีแผลกัด
    • มี น้ำหนักลด, เบื่ออาหารชัด, ไข้เป็น ๆ หาย ๆ, ต่อมน้ำเหลืองโต
    • พบภาวะซีดโลหิตจาง / เม็ดเลือดขาวต่ำ / เกล็ดเลือดต่ำ หรือมีรูปแบบการแสดงผลของเม็ดเลือดต่างๆชวนสงสัยโรคเรื้อรัง

เงื่อนไขการตรวจโปรแกรมตรวจสุขภาพ

  • รวมค่าบริการโรงพยาบาล, ค่าหัตถการ, ค่าเวชภัณฑ์หรืออุปกรณ์ที่ระบุอยู่ในโปรแกรม
  • ไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์, ค่ายา, ค่าเวชภัณฑ์หรืออุปกรณ์ที่นอกเหนือจากรายการที่ระบุในโปรแกรม และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในกรณีที่แพทย์แนะนำให้มีการตรวจเพิ่มเติม*** หากพบข้อสงสัยหรือความผิดปกติ
  • ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดอื่น ๆ ได้
  • ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
จองนัดหมายออนไลน์