S9453597

พยาธิหนอนหัวใจในสุนัขและแมว โรคจากยุงที่ควรวางแผนป้องกัน

พยาธิหนอนหัวใจเป็นโรคที่มียุงเป็นพาหะ เมื่อน้องถูกยุงที่มีระยะติดเชื้อกัด ตัวอ่อนพยาธิอาจเข้าสู่ร่างกายและค่อย ๆ พัฒนาในระบบไหลเวียนเลือด

ในสุนัข พยาธิหนอนหัวใจมักเกี่ยวข้องกับ หัวใจ ปอด และหลอดเลือดใกล้หัวใจ ส่วนในแมว แม้อาจมีจำนวนพยาธิน้อยกว่าในสุนัข แต่โรคสามารถกระทบระบบทางเดินหายใจและทำให้อาการดูคล้ายโรคปอดหรือโรคหอบได้ในบางตัว

เจ้าของอาจสังเกตอาการ เช่น

  • ไอ
  • เหนื่อยง่าย
  • หายใจเร็วหรือหายใจแรง
  • ไม่อยากออกแรง
  • น้ำหนักลด
  • ซึม
  • อาเจียนในบางตัว
  • เป็นลมหรืออ่อนแรงมากในบางกรณี
  • แมวบางตัวอาจมีอาการหายใจผิดปกติแบบเฉียบพลัน
ไอ เหนื่อยง่าย หรือหายใจผิดปกติ ไม่ได้แปลว่าเป็นพยาธิหนอนหัวใจเสมอไป
อาการคล้ายกันอาจเกิดจากโรคหัวใจ ปอด หลอดลม การติดเชื้อ หรือโรคระบบอื่น จึงควรตรวจประเมินก่อนสรุปสาเหตุ

พยาธิหนอนหัวใจติดต่อได้อย่างไร?

พยาธิหนอนหัวใจติดต่อผ่านยุง ไม่ได้ติดต่อจากสุนัขหรือแมวตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่งโดยการอยู่ใกล้กันโดยตรง

วงจรโดยเข้าใจง่าย

  1. ยุงกัดสัตว์ที่มีเชื้อในกระแสเลือด
  2. เชื้อพัฒนาอยู่ในตัวยุงช่วงหนึ่ง
  3. ยุงตัวนั้นไปกัดสุนัขหรือแมวอีกตัว
  4. ตัวอ่อนพยาธิเข้าสู่ร่างกายสัตว์
  5. พยาธิค่อย ๆ พัฒนาและอาจส่งผลต่อหัวใจ ปอด หรือระบบไหลเวียนเลือด

เพราะมียุงเป็นตัวกลาง สัตว์ที่อยู่ในบ้านก็ยังมีความเสี่ยงได้ หากยุงเข้าบ้านหรือมีแหล่งยุงใกล้บริเวณที่พัก

สุนัขอยู่แต่ในบ้าน เสี่ยงพยาธิหนอนหัวใจไหม?

เสี่ยงได้ แม้ว่าความเสี่ยงอาจต่างจากสุนัขที่ออกนอกบ้านบ่อย เพราะในชีวิตจริงยุงอาจพบได้จากหลายจุด เช่น

  • ในบ้าน
  • รอบบ้าน
  • สวน
  • ระเบียง
  • โรงรถ
  • พื้นที่น้ำขัง
  • โรงแรมสัตว์เลี้ยง
  • ร้านอาบน้ำตัดขน
  • ระหว่างเดินทาง
  • โรงพยาบาลสัตว์
  • บ้านญาติหรือสถานที่ที่พาน้องไปพัก
อย่าประเมินความเสี่ยงจากคำว่า “อยู่ในบ้าน” เพียงอย่างเดียว
ควรดูร่วมกับว่ามียุงในสิ่งแวดล้อมหรือไม่ และน้องได้รับการป้องกันอย่างสม่ำเสมอแค่ไหน

แมวอยู่ในบ้าน ต้องระวังพยาธิหนอนหัวใจไหม?

ควรระวังเช่นกัน เพราะแมวที่อยู่ในบ้านก็มีโอกาสถูกยุงกัดได้

โรคพยาธิหนอนหัวใจในแมวอาจตรวจและประเมินได้ซับซ้อนกว่าสุนัขในบางกรณี และบางตัวอาจแสดงอาการทางระบบหายใจมากกว่าอาการหัวใจชัด ๆ

อาการที่เจ้าของแมวควรสังเกต เช่น

  • ไอ
  • หายใจเร็ว
  • หายใจแรง
  • อาเจียนเป็น ๆ หาย ๆ
  • ซึม
  • กินลดลง
  • น้ำหนักลด
  • เหนื่อยง่าย
  • อ้าปากหายใจ
  • หายใจลำบาก
หากแมวอ้าปากหายใจ หายใจแรง หรือซึมมาก
ควรโทรติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ทันที

อาการพยาธิหนอนหัวใจในสุนัขมีอะไรบ้าง?

สุนัขบางตัวอาจไม่แสดงอาการชัดในช่วงแรก แต่เมื่อโรคเปลี่ยนไป เจ้าของอาจเริ่มเห็นอาการ เช่น

  • ไอ
  • ไอหลังออกแรง
  • เหนื่อยง่าย
  • ไม่อยากเดินไกล
  • หอบง่าย
  • หายใจเร็วตอนพัก
  • น้ำหนักลด
  • เบื่ออาหาร
  • ซึม
  • ออกกำลังได้น้อยลง
  • ท้องโตในบางกรณี
  • เป็นลมในบางตัว
  • อ่อนแรงมากในกรณีรุนแรง

อาการเหล่านี้อาจคล้ายโรคหัวใจหรือโรคปอดอื่น จึงควรตรวจประเมินเพื่อแยกสาเหตุ

อาการพยาธิหนอนหัวใจในแมวมีอะไรบ้าง?

แมวอาจมีอาการที่แตกต่างจากสุนัข และบางตัวอาจมีอาการไม่จำเพาะ

  • ไอ
  • หายใจเร็ว
  • หายใจแรง
  • อาเจียน
  • กินลดลง
  • น้ำหนักลด
  • ซึม
  • เหนื่อยง่าย
  • อ้าปากหายใจ
  • หายใจลำบาก
  • ทรุดตัวในบางกรณี
อาการหายใจผิดปกติในแมวควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
เพราะอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ และบางกรณีต้องประเมินเร็ว

อาการหรือข้อมูลแบบไหนควรทัก LINE OA ให้ทีมช่วยประเมิน?

หากยังไม่มีสัญญาณเร่งด่วน สามารถทัก LINE OA เพื่อให้ทีมช่วยประเมินเบื้องต้นได้ เช่น

  • ไม่เคยป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ
  • ขาดการป้องกันไปนาน
  • ไม่แน่ใจว่ายาที่ใช้อยู่ครอบคลุมพยาธิหนอนหัวใจหรือไม่
  • มีประวัติยุงเยอะในบ้าน
  • สุนัขไอหรือเหนื่อยง่าย
  • สุนัขหายใจเร็วตอนพัก
  • แมวไอหรือหายใจผิดปกติ
  • น้ำหนักลดหรือกินลดลง
  • เคยตรวจพบพยาธิหนอนหัวใจ
  • ต้องการเริ่มวางแผนป้องกันใหม่
  • มีสัตว์หลายตัวในบ้านและต้องการวางแผนพร้อมกัน
ข้อมูลที่ควรส่งมาพร้อมกัน
อายุ น้ำหนัก ชนิดสัตว์ ประวัติการป้องกันเดิม ผลตรวจเดิมหากมี และอาการปัจจุบัน

อาการแบบไหนควรโทรติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ทันที?

  • หายใจลำบาก
  • หายใจแรงมาก
  • เหงือกซีด เทา หรือม่วงคล้ำ
  • เป็นลม
  • ทรุดตัว
  • อ่อนแรงมาก
  • ไม่ตอบสนองเหมือนเดิม
  • ไอรุนแรงร่วมกับหอบ
  • หอบมากแม้พักแล้ว
  • แมวอ้าปากหายใจ
  • แมวซึมมากร่วมกับหายใจผิดปกติ
  • สุนัขที่เคยตรวจพบพยาธิหนอนหัวใจมีอาการแย่ลง

อาการกลุ่มนี้ควรโทรมากกว่ารอพิมพ์ข้อความ เพื่อให้ทีมช่วยประเมินความเร่งด่วนและเตรียมการดูแลได้เหมาะสม

ตารางช่วยดู: อาการหรือประวัติแบบไหนควรทำอย่างไร?

สิ่งที่เจ้าของพบความเร่งด่วนแนวทางที่เหมาะสม
ไม่เคยป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ แต่ยังไม่มีอาการควรวางแผนทัก LINE OA เพื่อประเมินก่อนเริ่ม
ขาดการป้องกันไปนานควรประเมินแจ้งประวัติและให้ทีมช่วยวางแผนตรวจหรือป้องกัน
สุนัขไอหรือเหนื่อยง่ายควรประเมินตรวจแยกจากโรคหัวใจ ปอด และหลอดลม
สุนัขหายใจเร็วตอนพักควรประเมินเร็วจดอัตราการหายใจและติดต่อทีม
แมวไอหรือหายใจผิดปกติควรประเมินเร็วทักทีมพร้อมคลิปการหายใจ
แมวอ้าปากหายใจเร่งด่วนโทรติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ทันที
เป็นลม ทรุด หรือเหงือกสีผิดปกติเร่งด่วนโทรติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ทันที
เคยตรวจพบพยาธิหนอนหัวใจและอาการแย่ลงเร่งด่วนโทรติดต่อโรงพยาบาลสัตว์

ต้องตรวจก่อนเริ่มยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจไหม?

ขึ้นกับชนิดสัตว์ อายุ ประวัติการป้องกันเดิม และระยะเวลาที่ขาดการป้องกัน

ในสุนัข โดยเฉพาะสุนัขโตหรือสุนัขที่ไม่เคยป้องกันมาก่อน การตรวจประเมินก่อนเริ่มหรือกลับมาใช้ยาป้องกันอาจมีความสำคัญ เพราะต้องรู้ว่ามีการติดเชื้อเดิมอยู่หรือไม่

ในแมว การประเมินอาจแตกต่างจากสุนัข และควรวางแผนตามความเสี่ยง อาการ และแนวทางที่เหมาะกับแมวโดยเฉพาะ

ควรทักทีมก่อนเริ่มหรือกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์เอง โดยเฉพาะหาก
  • ไม่เคยป้องกันมาก่อน
  • ขาดการป้องกันไปหลายเดือน
  • ไม่ทราบประวัติเดิม
  • น้องมีอาการไอ เหนื่อย หอบ หรือหายใจผิดปกติ
  • น้องมีโรคประจำตัว
  • เป็นแมวและต้องการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับแมว

การตรวจพยาธิหนอนหัวใจทำอย่างไร?

การตรวจขึ้นกับชนิดสัตว์ อาการ และประวัติการป้องกัน รายการตรวจจึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกตัว

  • ตรวจร่างกาย
  • ฟังเสียงหัวใจและปอด
  • ประเมินการหายใจ
  • ตรวจเลือดเฉพาะพยาธิหนอนหัวใจตามข้อบ่งชี้
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
  • ตรวจเลือดประเมินตับ ไต น้ำตาล โปรตีน แร่ธาตุ และระบบเผาผลาญ
  • เอกซเรย์ทรวงอก
  • อัลตราซาวด์หัวใจ หรือการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงตามข้อบ่งชี้
  • ตรวจโรคอื่นที่ทำให้ไอ เหนื่อย หรือหายใจผิดปกติร่วมด้วย

ทีมจะพิจารณาจากอาการจริง ความเสี่ยง และความปลอดภัยของน้องเป็นหลัก

ถ้าตรวจพบพยาธิหนอนหัวใจ ต้องดูแลอย่างไร?

แนวทางดูแลขึ้นกับชนิดสัตว์ ระยะโรค อาการ ความรุนแรง และผลตรวจ โดยแผนดูแลในสุนัขและแมวไม่เหมือนกันทั้งหมด จึงควรให้สัตวแพทย์วางแผนเฉพาะตัว

สิ่งที่เจ้าของควรรู้
  • ไม่ควรซื้อยารักษาเอง
  • ไม่ควรใช้ยาป้องกันแทนการรักษาโดยไม่ประเมิน
  • ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ของสุนัขกับแมว
  • ไม่ควรหยุดยา เพิ่มยา หรือลดยาเอง
  • ต้องติดตามอาการตามแผนของสัตวแพทย์
  • บางช่วงอาจต้องจำกัดกิจกรรมตามคำแนะนำ
  • ควรสังเกตการหายใจ ไอ เหนื่อย และความสดชื่น
  • หากอาการแย่ลงควรติดต่อทีมทันที

โรคนี้ควรดูแลภายใต้การติดตามของสัตวแพทย์ เพราะเกี่ยวข้องกับหัวใจ ปอด และระบบไหลเวียนเลือด

ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจได้อย่างไร?

การป้องกันควรทำอย่างสม่ำเสมอตามผลิตภัณฑ์และแนวทางที่เหมาะกับน้องแต่ละตัว

การเลือกแผนป้องกันควรดูร่วมกับ
  • ชนิดสัตว์: สุนัขหรือแมว
  • อายุ
  • น้ำหนัก
  • สุขภาพปัจจุบัน
  • โรคประจำตัว
  • ประวัติการแพ้ยา
  • ประวัติการป้องกันเดิม
  • ขาดการป้องกันไปนานหรือไม่
  • มียุงในบ้านหรือบริเวณรอบบ้านมากน้อยแค่ไหน
  • อยู่ร่วมกับสัตว์ตัวอื่นหรือไม่
  • ไลฟ์สไตล์ เช่น ออกนอกบ้าน เดินทาง ฝากเลี้ยง
ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันของสุนัขกับแมวเอง
ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจไม่เหมาะกับแมว และขนาดยาต้องดูตามน้ำหนักและสุขภาพ

ทำไมต้องป้องกันอย่างต่อเนื่อง?

พยาธิหนอนหัวใจเกี่ยวข้องกับยุง และยุงสามารถพบได้หลายช่วงของปี โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีอากาศร้อนชื้นหรือมีแหล่งน้ำขัง

การป้องกันแบบขาด ๆ หาย ๆ อาจทำให้มีช่องว่างของความเสี่ยง

วางแผนให้เข้ากับชีวิตจริง
  • ตั้งเตือนวันให้ยาป้องกัน
  • จดชื่อผลิตภัณฑ์และวันที่ใช้
  • ชั่งน้ำหนักน้องก่อนเลือกขนาดยา
  • แจ้งทีมเมื่อน้ำหนักเปลี่ยน
  • แจ้งทีมถ้าขาดการป้องกัน
  • แจ้งทีมถ้าน้องมีอาการไอ เหนื่อย หรือหายใจผิดปกติ
  • วางแผนป้องกันพร้อมเห็บ หมัด และพยาธิอื่นตามความเหมาะสม

ความสม่ำเสมอช่วยให้แผนป้องกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น

พยาธิหนอนหัวใจกับเห็บหมัดเหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน เจ้าของอาจสับสนเพราะบางผลิตภัณฑ์ป้องกันปรสิตครอบคลุมหลายกลุ่ม แต่พยาธิหนอนหัวใจ เห็บ และหมัดเป็นคนละกลุ่มกัน

กลุ่มปรสิตพาหะ / ลักษณะสิ่งที่ควรรู้
พยาธิหนอนหัวใจมียุงเป็นพาหะเกี่ยวข้องกับหัวใจ ปอด และหลอดเลือด
เห็บเกาะผิวหนังและดูดเลือดอาจเกี่ยวข้องกับโรคพยาธิเม็ดเลือด
หมัดกระโดดเกาะผิวหนังทำให้คัน ผิวหนังอักเสบ และอาจเกี่ยวกับพยาธิบางชนิด
พยาธิทางเดินอาหารอยู่ในระบบทางเดินอาหารเกี่ยวข้องกับถ่ายเหลว น้ำหนักลด หรือพุงป่องในบางตัว

ควรให้ทีมช่วยดูว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ครอบคลุมอะไรบ้าง และเหมาะกับน้องหรือไม่

บ้านมีทั้งสุนัขและแมว ควรป้องกันเหมือนกันไหม?

ไม่ควรใช้แผนเดียวกันทั้งหมด เพราะสุนัขและแมวมีความแตกต่างด้านร่างกาย ความไวต่อผลิตภัณฑ์บางชนิด และรูปแบบโรคที่ต่างกัน

หากบ้านมีทั้งสุนัขและแมว ควรแจ้งทีมว่า
  • มีสัตว์กี่ตัว
  • แต่ละตัวเป็นสุนัขหรือแมว
  • อายุเท่าไร
  • น้ำหนักเท่าไร
  • มีโรคประจำตัวไหม
  • ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรอยู่
  • เคยแพ้ยาหรือผลิตภัณฑ์ใดไหม
  • มีการเลียหรือสัมผัสกันหลังใช้ผลิตภัณฑ์หรือไม่

ข้อมูลนี้ช่วยให้ทีมช่วยวางแผนที่ปลอดภัยและเหมาะกับสัตว์แต่ละตัวมากขึ้น

ไม่ควรทำอะไรเกี่ยวกับพยาธิหนอนหัวใจ

  • ซื้อยาป้องกันเองโดยไม่ทราบน้ำหนักที่ถูกต้อง
  • เริ่มยาป้องกันในสุนัขโตที่ขาดป้องกันนานโดยไม่ปรึกษาทีม
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ของสุนัขกับแมว
  • ใช้ขนาดยาผิดน้ำหนัก
  • ใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดซ้อนกันเอง
  • หยุดป้องกันเองเพราะน้องอยู่ในบ้าน
  • สรุปว่าไม่เสี่ยงเพราะไม่เห็นยุง
  • สรุปว่าไอหรือหอบเท่ากับพยาธิหนอนหัวใจทันที
  • ใช้ยาป้องกันแทนการรักษาหากสงสัยติดเชื้อแล้ว
  • ไม่ตรวจติดตามเมื่อทีมแนะนำ

การป้องกันควรเป็นแผนสุขภาพที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่การเลือกผลิตภัณฑ์จากชื่อยาอย่างเดียว

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนทัก LINE OA

  • น้องเป็นสุนัขหรือแมว
  • อายุ
  • น้ำหนักปัจจุบัน
  • สายพันธุ์
  • อยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน
  • มียุงในบ้านหรือรอบบ้านมากไหม
  • เคยป้องกันพยาธิหนอนหัวใจหรือไม่
  • ใช้ผลิตภัณฑ์อะไร
  • ใช้ครั้งล่าสุดเมื่อไร
  • ขาดการป้องกันไปกี่เดือน
  • มีโรคประจำตัวไหม
  • เคยแพ้ยาหรือผลิตภัณฑ์ใดไหม
  • มีไอ เหนื่อยง่าย หรือหอบไหม
  • แมวมีอาการหายใจผิดปกติหรืออาเจียนร่วมไหม
  • มีผลตรวจพยาธิหนอนหัวใจเดิมไหม
  • บ้านมีสัตว์กี่ตัวและมีทั้งสุนัขหรือแมวหรือไม่
หากน้องหายใจลำบาก เป็นลม ทรุด เหงือกสีผิดปกติ หรือแมวอ้าปากหายใจ
ควรโทรทันที ไม่ควรรอรวบรวมข้อมูลให้ครบก่อน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ): พยาธิหนอนหัวใจในสุนัขและแมว

กดที่คำถามเพื่อเปิดหรือปิดคำตอบ

Q: พยาธิหนอนหัวใจคืออะไร?
A: พยาธิหนอนหัวใจเป็นโรคที่มียุงเป็นพาหะ อาจส่งผลต่อหัวใจ ปอด และหลอดเลือด โดยสุนัขและแมวมีรูปแบบอาการและการดูแลที่ต่างกัน
A: ไม่ใช่การติดต่อจากการอยู่ใกล้กันโดยตรง แต่ต้องมียุงเป็นพาหะในการนำเชื้อจากสัตว์หนึ่งไปสู่อีกตัวหนึ่ง
A: ควรประเมินความเสี่ยง เพราะยุงอาจเข้าบ้านหรือพบรอบบ้านได้ การอยู่ในบ้านไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาสถูกยุงกัดเลย
A: เสี่ยงได้ เพราะแมวในบ้านก็อาจถูกยุงกัดได้ และอาการในแมวอาจเกี่ยวกับระบบหายใจ เช่น ไอ หายใจเร็ว หายใจแรง หรืออ้าปากหายใจ
A: ไม่เสมอไป อาการไออาจเกิดจากโรคหัวใจ ปอด หลอดลม การติดเชื้อ หรือโรคอื่น หากมีไอ เหนื่อยง่าย หรือหายใจเร็ว ควรให้ทีมช่วยประเมิน
A: ขึ้นกับชนิดสัตว์ อายุ ประวัติการป้องกัน และระยะเวลาที่ขาด โดยเฉพาะสุนัขโตหรือสุนัขที่ขาดป้องกันนาน ควรให้ทีมช่วยประเมินก่อนเริ่มใหม่
A: ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ของสุนัขกับแมวเอง เพราะแมวมีความไวต่อผลิตภัณฑ์บางชนิด และขนาดยาต้องดูตามน้ำหนัก สุขภาพ และชนิดสัตว์
A: ป้องกันได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ และควรวางแผนตามน้ำหนัก อายุ สุขภาพ และความเสี่ยงของน้อง
A: ควรทักทีมพร้อมแจ้งว่าน้องเป็นสุนัขหรือแมว น้ำหนักเท่าไร เคยใช้ผลิตภัณฑ์อะไร และขาดไปนานแค่ไหน เพื่อให้ทีมช่วยประเมินว่าควรตรวจหรือเริ่มแผนอย่างไร
A: หายใจลำบาก หอบมาก เป็นลม ทรุด เหงือกซีด เทา หรือม่วงคล้ำ อ่อนแรงมาก หรือแมวอ้าปากหายใจ ควรโทรติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ทันที

สรุป: พยาธิหนอนหัวใจเป็นโรคจากยุงที่ควรป้องกันอย่างสม่ำเสมอ

พยาธิหนอนหัวใจในสุนัขและแมวเป็นโรคที่มียุงเป็นพาหะ อาจส่งผลต่อหัวใจ ปอด และระบบไหลเวียนเลือด โดยสุนัขและแมวมีรูปแบบอาการและการดูแลที่ไม่เหมือนกันทั้งหมด

อาการที่อาจพบ เช่น ไอ เหนื่อยง่าย หายใจเร็ว หายใจแรง น้ำหนักลด ซึม เป็นลม หรือในแมวอาจพบอาการหายใจผิดปกติและอ้าปากหายใจได้

เจ้าของไม่ควรเริ่มผลิตภัณฑ์เอง ใช้ผลิตภัณฑ์ของสุนัขกับแมว หรือสรุปจากอาการไอเพียงอย่างเดียว หากไม่แน่ใจเรื่องการป้องกันเดิม ขาดการป้องกันไปนาน หรือน้องเริ่มมีอาการผิดปกติ ควรให้ทีมช่วยประเมินก่อน

ไม่แน่ใจว่าน้องยังได้รับการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจต่อเนื่องหรือควรเริ่มใหม่อย่างไร?

ลองเตรียมข้อมูลว่าน้องเป็นสุนัขหรือแมว อายุ น้ำหนัก ผลิตภัณฑ์ที่เคยใช้ วันที่ใช้ครั้งล่าสุด ระยะเวลาที่ขาดการป้องกัน โรคประจำตัว และอาการปัจจุบัน เพื่อช่วยให้ทีมประเมินแนวทางเบื้องต้นได้ชัดขึ้น

หากน้องหายใจลำบาก หอบมาก เป็นลม ทรุด เหงือกซีด เทา หรือม่วงคล้ำ อ่อนแรงมาก หรือแมวอ้าปากหายใจ ควรโทรติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ทันที ไม่ควรรอรวบรวมข้อมูลให้ครบก่อน

โรงพยาบาลสัตว์เศรษฐกิจสัตวแพทย์ | Setthakit Animal Hospital

โรงพยาบาลสัตว์บางแค / โรงพยาบาลสัตว์ฝั่งธน / โรงพยาบาลแมวบางแค

ดูแลการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจในสุนัขและแมว โดยวางแผนร่วมกับชนิดสัตว์ น้ำหนัก สุขภาพ ประวัติการป้องกัน และความเสี่ยงของน้องแต่ละตัว