S95109690

พยาธิทางเดินอาหารในสุนัขและแมว สังเกตถ่ายเหลว พุงป่อง น้ำหนักไม่ขึ้น

พยาธิทางเดินอาหารคือปรสิตที่อาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารของสุนัขและแมว พบได้ทั้งในลูกสัตว์ สัตว์โต และสัตว์ที่เพิ่งรับมาใหม่โดยยังไม่ทราบประวัติสุขภาพเดิม

พยาธิทางเดินอาหารอาจส่งผลต่อการกิน การย่อย อุจจาระ น้ำหนัก และสุขภาพโดยรวมของน้อง

เจ้าของอาจเริ่มสังเกตจากอาการ เช่น

  • ถ่ายเหลว
  • ถ่ายมีมูก
  • ถ่ายมีเลือดในบางกรณี
  • อาเจียน
  • พุงป่อง โดยเฉพาะลูกสุนัขหรือลูกแมว
  • น้ำหนักไม่ขึ้น
  • น้ำหนักลด
  • กินมากแต่น้ำหนักไม่ขึ้น
  • ขนดูไม่เงา
  • ซึม
  • เห็นพยาธิหรือปล้องคล้ายเมล็ดข้าวบริเวณอุจจาระหรือรอบก้น
  • คันหรือเลียรอบก้นมากขึ้นในบางตัว
อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็นพยาธิเสมอไป
อาการระบบทางเดินอาหารอาจเกิดจากอาหาร การติดเชื้อ โรคลำไส้ ตับ ตับอ่อน ความเครียด หรือโรคอื่นได้เช่นกัน จึงควรดูร่วมกับประวัติ อาการ และการตรวจ

ไม่เห็นพยาธิในอุจจาระ แปลว่าไม่มีพยาธิไหม?

ไม่เสมอไป

หลายบ้านอาจเข้าใจว่าถ้าน้องมีพยาธิ ต้องเห็นตัวพยาธิในอุจจาระเสมอ แต่ในความเป็นจริง บางตัวอาจไม่เห็นตัวพยาธิชัดเจน หรือพยาธิอาจปล่อยไข่ออกมาเป็นช่วง ๆ

การไม่เห็นตัวพยาธิ ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยงทั้งหมด
ควรดูร่วมกับอายุ ประวัติถ่ายพยาธิ อาการอุจจาระ น้ำหนัก การเลี้ยง และความเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลที่ช่วยประเมินได้ดีขึ้น ได้แก่

  • อายุของน้อง
  • ประวัติถ่ายพยาธิ
  • เพิ่งรับมาใหม่หรือไม่
  • อยู่ร่วมกับสัตว์หลายตัวหรือไม่
  • มีเห็บ หมัด หรือปรสิตภายนอกร่วมไหม
  • อุจจาระเปลี่ยนไปไหม
  • น้ำหนักขึ้นตามวัยไหม
  • มีอาเจียนหรือถ่ายเหลวไหม
  • มีผลตรวจอุจจาระเดิมหรือไม่

หากไม่แน่ใจ ทีมอาจแนะนำการตรวจอุจจาระหรือวางแผนถ่ายพยาธิตามความเหมาะสมของน้องแต่ละตัว

พยาธิทางเดินอาหารติดต่อได้อย่างไร?

ช่องทางการรับพยาธิอาจแตกต่างกันตามชนิดของพยาธิ

  • ได้รับไข่พยาธิจากสิ่งแวดล้อม
  • เลียพื้นหรือของที่ปนเปื้อน
  • กินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน
  • ได้รับจากแม่สู่ลูกในบางกลุ่ม
  • ได้รับจากหมัดในพยาธิบางชนิด
  • สัมผัสอุจจาระของสัตว์ที่มีพยาธิ
  • อยู่ร่วมกับสัตว์หลายตัวโดยไม่ได้วางแผนถ่ายพยาธิ
  • ลูกสัตว์ที่ยังไม่เคยถ่ายพยาธิ
  • สัตว์ที่ออกนอกบ้านหรือจับสัตว์เล็กกิน
  • สัตว์ที่เพิ่งรับมาใหม่และไม่ทราบประวัติ

การรู้ช่องทางความเสี่ยงช่วยให้เจ้าของวางแผนป้องกันได้ดีขึ้น ไม่ใช่ดูเฉพาะว่ามองเห็นตัวพยาธิในอุจจาระหรือไม่

พยาธิทางเดินอาหารพบในลูกสุนัขและลูกแมวได้ไหม?

พบได้ และลูกสุนัขกับลูกแมวเป็นกลุ่มที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะร่างกายยังเล็ก น้ำหนักยังไม่มาก และภูมิคุ้มกันยังอยู่ระหว่างพัฒนา

อาการที่เจ้าของอาจสังเกตในลูกสัตว์
  • พุงป่อง
  • น้ำหนักขึ้นช้า
  • โตช้ากว่าเพื่อน
  • ถ่ายเหลว
  • ถ่ายมีมูก
  • อาเจียน
  • ขนดูไม่เงา
  • กินมากแต่น้ำหนักไม่ขึ้น
  • ซึม
  • เหงือกซีดในบางกรณี
หากลูกสุนัขหรือลูกแมวถ่ายเหลว อาเจียน ซึม กินลดลง หรืออ่อนแรง
ควรติดต่อทีมเพื่อประเมินเร็วขึ้น เพราะลูกสัตว์เปลี่ยนอาการได้ค่อนข้างเร็ว

สุนัขและแมวโตยังมีพยาธิทางเดินอาหารได้ไหม?

พบได้เช่นกัน โดยความเสี่ยงอาจต่างกันตามการเลี้ยงและสิ่งแวดล้อม

  • ไม่ได้ถ่ายพยาธิตามแผน
  • ออกนอกบ้าน
  • อยู่ร่วมกับสัตว์หลายตัว
  • มีเห็บ หมัด หรือปรสิตภายนอก
  • จับสัตว์เล็กกิน
  • กินอาหารดิบหรืออาหารที่ไม่แน่ใจความสะอาด
  • เพิ่งรับสัตว์ตัวใหม่เข้าบ้าน
  • อยู่ในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนอุจจาระ
  • มีโรคประจำตัวหรือภูมิคุ้มกันลดลงในบางกรณี

แม้สัตว์โตจะดูแข็งแรงดี การวางแผนถ่ายพยาธิและป้องกันปรสิตก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพระยะยาว

อาการแบบไหนควรทัก LINE OA ให้ทีมช่วยประเมิน?

  • ถ่ายเหลว
  • ถ่ายมีมูก
  • อาเจียน
  • พุงป่อง
  • น้ำหนักไม่ขึ้น
  • น้ำหนักลด
  • กินมากแต่น้ำหนักไม่ขึ้น
  • เห็นพยาธิหรือปล้องในอุจจาระ
  • เห็นปล้องคล้ายเมล็ดข้าวรอบก้น
  • คันหรือเลียรอบก้นมากขึ้น
  • เพิ่งรับน้องมาใหม่
  • ไม่ทราบประวัติถ่ายพยาธิ
  • บ้านมีหลายตัวและมีตัวหนึ่งถ่ายผิดปกติ
  • มีเห็บ หมัด หรือปรสิตภายนอกร่วม
  • ไม่แน่ใจว่าควรถ่ายพยาธิเมื่อไร
ข้อมูลที่ช่วยให้ทีมประเมินได้ชัดขึ้น
อายุ น้ำหนัก ลักษณะอุจจาระ จำนวนครั้งที่ถ่าย ประวัติถ่ายพยาธิเดิม และรูปอุจจาระหรือสิ่งที่สงสัยว่าเป็นพยาธิ หากมี

อาการแบบไหนควรโทรติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ทันที?

  • ถ่ายเหลวมาก
  • ถ่ายมีเลือดจำนวนมาก
  • อาเจียนซ้ำหลายครั้ง
  • ซึมมาก
  • กินไม่ได้
  • อ่อนแรงมาก
  • ลูกสุนัขหรือลูกแมวตัวเล็กมีถ่ายเหลวร่วมกับซึม
  • เหงือกซีด เทา หรือม่วงคล้ำ
  • ท้องกางมากและดูไม่สบายตัว
  • หายใจผิดปกติ
  • ไม่ตอบสนองเหมือนเดิม
  • สงสัยได้รับสารพิษหรือกินสิ่งแปลกปลอมร่วมด้วย
  • มีสัตว์หลายตัวในบ้านป่วยพร้อมกันและอาการหนัก

อาการกลุ่มนี้ควรโทรมากกว่ารอพิมพ์ข้อความ เพื่อให้ทีมช่วยประเมินความเร่งด่วนได้เร็วขึ้น

ตารางช่วยดู: อาการแบบไหนควรทำอย่างไร?

สิ่งที่เจ้าของเห็นความเร่งด่วนแนวทางที่เหมาะสม
ไม่ทราบประวัติถ่ายพยาธิ แต่ยังไม่มีอาการควรวางแผนทัก LINE OA เพื่อประเมินตามอายุและน้ำหนัก
เห็นปล้องคล้ายเมล็ดข้าวในอุจจาระหรือรอบก้นควรประเมินส่งรูปและแจ้งประวัติเห็บหมัดร่วมด้วย
ถ่ายเหลวเล็กน้อยแต่ยังกินได้ควรติดตามส่งรูปอุจจาระและดูแนวโน้ม
ถ่ายเหลวซ้ำหรือมีมูกควรประเมินอาจต้องตรวจอุจจาระหรือตรวจสุขภาพ
ลูกสัตว์พุงป่อง น้ำหนักไม่ขึ้นควรประเมินตรวจสุขภาพและวางแผนถ่ายพยาธิ
อาเจียนร่วมกับถ่ายเหลวควรประเมินเร็วดูภาวะขาดน้ำและโรคอื่นร่วม
ถ่ายมีเลือดมาก ซึม หรือกินไม่ได้เร่งด่วนโทรติดต่อโรงพยาบาลสัตว์
อ่อนแรงมากหรือเหงือกสีผิดปกติเร่งด่วนโทรติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ทันที

พยาธิทางเดินอาหารมีชนิดไหนบ้าง?

พยาธิทางเดินอาหารมีหลายกลุ่ม เจ้าของไม่จำเป็นต้องจำชื่อทั้งหมด แต่การเข้าใจภาพรวมช่วยให้เห็นว่าการถ่ายพยาธิและการตรวจอุจจาระอาจมีบทบาทต่างกันในแต่ละเคส

  • พยาธิตัวกลม
  • พยาธิตัวตืด
  • พยาธิปากขอ
  • พยาธิแส้ม้าในสุนัขบางกรณี
  • โปรโตซัวหรือปรสิตขนาดเล็กบางชนิดในทางเดินอาหาร

แต่ละชนิดอาจมีอาการ ความเสี่ยง และแนวทางดูแลต่างกัน บางชนิดสัมพันธ์กับหมัด บางชนิดเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมหรืออุจจาระที่ปนเปื้อน

ยาถ่ายพยาธิแต่ละชนิดไม่ได้ครอบคลุมเหมือนกันทั้งหมด
จึงควรให้ทีมช่วยประเมินตามน้ำหนัก อายุ อาการ และความเสี่ยง ไม่ควรเลือกยาจากชื่อโรคเพียงอย่างเดียว

ถ่ายพยาธิแล้ว ยังมีโอกาสมีพยาธิอีกไหม?

มีโอกาสได้ ขึ้นกับความเสี่ยงและสิ่งแวดล้อมของน้อง

  • ได้รับพยาธิจากสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง
  • บ้านมีสัตว์หลายตัว
  • ยังมีหมัดในสิ่งแวดล้อม
  • ออกนอกบ้าน
  • สัมผัสอุจจาระสัตว์อื่น
  • จับสัตว์เล็กกิน
  • ไม่ได้ถ่ายพยาธิต่อเนื่องตามแผน
  • ไม่ได้ดูแลปรสิตภายนอกร่วมด้วย
  • รับสัตว์ตัวใหม่เข้าบ้าน

ดังนั้นการถ่ายพยาธิไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบเสมอไป ควรวางแผนตามช่วงวัย น้ำหนัก และความเสี่ยงของน้อง

สุนัขและแมวควรถ่ายพยาธิบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการถ่ายพยาธิควรขึ้นกับอายุ น้ำหนัก สุขภาพ ความเสี่ยง และคำแนะนำของสัตวแพทย์

ลูกสุนัข ลูกแมว หรือสัตว์ที่เพิ่งรับมาใหม่อาจต้องวางแผนต่างจากสัตว์โตที่สุขภาพดีและได้รับการดูแลต่อเนื่อง

ข้อมูลที่ควรใช้วางแผนร่วมกัน
  • อายุ
  • น้ำหนัก
  • ประวัติถ่ายพยาธิเดิม
  • อยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน
  • มีสัตว์หลายตัวหรือไม่
  • มีเห็บ หมัด หรือปรสิตภายนอกร่วมไหม
  • มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องระวังเรื่องภูมิคุ้มกันในบ้านหรือไม่
  • มีถ่ายเหลว น้ำหนักลด หรือพุงป่องไหม
  • เพิ่งรับสัตว์ใหม่เข้าบ้านหรือไม่

สำหรับแมว โดยทั่วไปทีมอาจแนะนำการถ่ายพยาธิทุก 3–6 เดือนตามความเสี่ยง และในหลายกรณีมักใช้ทุก 3 เดือน เป็นแนวทางปฏิบัติ

ไม่ควรใช้ช่วงเวลาเดียวกับแมวทุกตัวโดยอัตโนมัติ
ควรประเมินร่วมกับน้ำหนัก สุขภาพ อายุ และไลฟ์สไตล์ของน้องแต่ละตัว

ต้องตรวจอุจจาระไหม?

ขึ้นกับอาการ ประวัติ และความเสี่ยงของน้อง

การตรวจอุจจาระอาจมีประโยชน์ในกรณี เช่น

  • ถ่ายเหลวซ้ำ
  • ถ่ายมีมูก
  • ถ่ายมีเลือด
  • น้ำหนักไม่ขึ้น
  • ลูกสัตว์พุงป่อง
  • เห็นพยาธิหรือสิ่งผิดปกติในอุจจาระ
  • บ้านมีหลายตัวและป่วยพร้อมกัน
  • เคยถ่ายพยาธิแล้วอาการไม่ดีขึ้น
  • สงสัยปรสิตขนาดเล็กหรือโรคทางเดินอาหารอื่น
  • ต้องการวางแผนดูแลให้ตรงขึ้น
หากทีมแนะนำให้เก็บอุจจาระ
ควรถามวิธีเก็บ ปริมาณ และระยะเวลาที่ควรนำส่ง เพื่อให้ตัวอย่างเหมาะกับการตรวจ

ถ่ายพยาธิเองได้ไหม?

ไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิเองโดยไม่ประเมิน โดยเฉพาะในลูกสุนัข ลูกแมว สัตว์น้ำหนักน้อย สัตว์ป่วย สัตว์สูงวัย หรือสัตว์ที่มีโรคประจำตัว

เหตุผลที่ควรประเมินก่อนเลือกยา
  • ยาแต่ละชนิดครอบคลุมพยาธิไม่เหมือนกัน
  • ขนาดยาต้องอิงน้ำหนักจริง
  • สุนัขและแมวใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมือนกันเสมอไป
  • ลูกสัตว์ต้องระวังเรื่องอายุและน้ำหนัก
  • สัตว์ป่วยอาจต้องประเมินภาวะขาดน้ำหรือโรคร่วมก่อน
  • ถ่ายเหลวอาจไม่ได้เกิดจากพยาธิ
  • การใช้ยาผิดอาจทำให้อาการซับซ้อนขึ้น
  • หากมีปรสิตภายนอกร่วม อาจต้องวางแผนร่วมกัน

บ้านมีหลายตัว ควรถ่ายพยาธิทุกตัวไหม?

ควรให้ทีมช่วยประเมินทั้งบ้าน โดยเฉพาะหากสัตว์หลายตัวอยู่ร่วมกัน ใช้พื้นที่ร่วมกัน หรือมีตัวหนึ่งพบพยาธิหรือถ่ายผิดปกติ

  • บ้านมีสุนัขกี่ตัว
  • บ้านมีแมวกี่ตัว
  • อายุและน้ำหนักของแต่ละตัว
  • มีตัวไหนถ่ายเหลวหรืออาเจียนไหม
  • มีตัวไหนเห็นพยาธิในอุจจาระไหม
  • มีเห็บ หมัด หรือปรสิตภายนอกไหม
  • ใช้กระบะทรายร่วมกันหรือไม่
  • ใช้พื้นที่เดียวกันหรือไม่
  • มีลูกสัตว์ สัตว์สูงวัย หรือสัตว์ป่วยในบ้านไหม

บางบ้านอาจต้องวางแผนดูแลพร้อมกันทั้งสัตว์และสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ

พยาธิทางเดินอาหารเกี่ยวกับคนในบ้านไหม?

พยาธิบางชนิดในสัตว์เลี้ยงอาจมีความสำคัญต่อสุขอนามัยของคนในบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องระวังเรื่องภูมิคุ้มกัน

สิ่งที่เจ้าของช่วยลดความเสี่ยงได้
  • เก็บอุจจาระอย่างสม่ำเสมอ
  • ล้างมือหลังเก็บอุจจาระ
  • ทำความสะอาดกระบะทรายหรือพื้นที่ขับถ่าย
  • ไม่ให้เด็กเล่นในพื้นที่ที่มีอุจจาระสัตว์ปนเปื้อน
  • ป้องกันหมัด เห็บ และปรสิตภายนอก
  • ถ่ายพยาธิตามแผนที่เหมาะสม
  • ตรวจสัตว์ใหม่ก่อนเข้าบ้าน
  • แจ้งทีมถ้าบ้านมีสมาชิกที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ไม่ควรทำอะไรเกี่ยวกับพยาธิทางเดินอาหาร

  • ซื้อยาถ่ายพยาธิเองโดยไม่ชั่งน้ำหนัก
  • ใช้ยาสุนัขกับแมวเอง
  • ใช้ยาของสัตว์ตัวหนึ่งกับอีกตัว
  • เดาขนาดยาจากอายุหรือขนาดตัว
  • ให้ยาซ้ำถี่ ๆ เพราะคิดว่าจะหายเร็วขึ้น
  • ใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดซ้อนกันเอง
  • ให้ยาในลูกสัตว์ที่อ่อนแรงโดยไม่ปรึกษาทีม
  • สรุปว่าถ่ายเหลวต้องเป็นพยาธิเสมอ
  • สรุปว่าไม่มีพยาธิเพราะไม่เห็นตัวในอุจจาระ
  • ไม่ดูแลเห็บ หมัด หรือสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย
  • ไม่พาน้องตรวจหากถ่ายมีเลือด ซึม หรือกินไม่ได้

การถ่ายพยาธิควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนสุขภาพ ไม่ใช่การใช้ยาเฉพาะตอนที่มองเห็นตัวพยาธิเท่านั้น

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนทัก LINE OA หรือพามาตรวจ

  • น้องเป็นสุนัขหรือแมว
  • อายุ
  • น้ำหนักปัจจุบัน
  • สายพันธุ์
  • เพิ่งรับมาใหม่หรือไม่
  • อยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน
  • มีสัตว์ตัวอื่นในบ้านไหม
  • ถ่ายพยาธิครั้งล่าสุดเมื่อไร
  • ใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์อะไร
  • มีเห็บ หมัด หรือปรสิตภายนอกไหม
  • อุจจาระเป็นอย่างไร
  • ถ่ายเหลวกี่ครั้งต่อวัน
  • มีมูกหรือเลือดไหม
  • อาเจียนไหม
  • กินอาหารได้ไหม
  • น้ำหนักขึ้นตามวัยไหม
  • เห็นพยาธิหรือปล้องในอุจจาระไหม
  • มีรูปอุจจาระหรือรูปสิ่งที่สงสัยว่าเป็นพยาธิไหม
  • บ้านมีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องระวังเรื่องภูมิคุ้มกันไหม
หากน้องซึมมาก กินไม่ได้ ถ่ายมีเลือดมาก อาเจียนซ้ำ อ่อนแรง หรือเป็นลูกสัตว์ตัวเล็กที่ถ่ายเหลวร่วมกับซึม
ควรโทรทันที ไม่ควรรอรวบรวมข้อมูลให้ครบก่อน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ): พยาธิทางเดินอาหารในสุนัขและแมว

กดที่คำถามเพื่อเปิดหรือปิดคำตอบ

Q: พยาธิทางเดินอาหารในสุนัขและแมวคืออะไร?
A: คือปรสิตที่อาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหาร อาจส่งผลต่อการกิน อุจจาระ น้ำหนัก และสุขภาพโดยรวมของน้อง พบได้ทั้งลูกสัตว์และสัตว์โต
A: ไม่เสมอไป บางตัวอาจไม่เห็นตัวพยาธิชัด หรือพยาธิอาจปล่อยไข่ออกมาเป็นช่วง ๆ ควรดูร่วมกับอาการ ประวัติถ่ายพยาธิ และความเสี่ยง
A: ไม่เสมอไป ถ่ายเหลวอาจเกิดจากอาหาร การติดเชื้อ โรคลำไส้ ความเครียด หรือโรคอื่นได้ พยาธิเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ควรประเมินร่วม
A: เกี่ยวข้องได้ โดยเฉพาะหากน้ำหนักไม่ขึ้น ถ่ายเหลว อาเจียน หรือไม่เคยถ่ายพยาธิ แต่ควรตรวจประเมินร่วมกับสาเหตุอื่นด้วย
A: ขึ้นกับอายุ น้ำหนัก สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และความเสี่ยงของน้อง สำหรับแมวโดยทั่วไปอาจอยู่ที่ทุก 3–6 เดือน และหลายกรณีมักใช้ทุก 3 เดือนเป็นแนวทางปฏิบัติ แต่ควรให้ทีมช่วยประเมินเฉพาะตัว
A: ไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิเองโดยไม่ประเมิน เพราะขนาดยาต้องอิงน้ำหนักจริง ยาแต่ละชนิดครอบคลุมพยาธิไม่เหมือนกัน และผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัขกับแมวไม่เหมือนกันเสมอไป
A: ขึ้นกับอาการและความเสี่ยง หากถ่ายเหลวซ้ำ ถ่ายมีมูกหรือเลือด น้ำหนักไม่ขึ้น เห็นพยาธิ หรือถ่ายพยาธิแล้วอาการไม่ดีขึ้น สัตวแพทย์อาจแนะนำตรวจอุจจาระ
A: ควรให้ทีมช่วยประเมินทั้งบ้าน โดยเฉพาะหากใช้พื้นที่ร่วมกัน มีตัวหนึ่งพบพยาธิ หรือมีอาการถ่ายผิดปกติหลายตัว
A: เกี่ยวข้องได้บางกรณี โดยเฉพาะพยาธิบางชนิดที่สัมพันธ์กับหมัด ดังนั้นการป้องกันปรสิตภายนอกและการถ่ายพยาธิควรวางแผนร่วมกัน
A: ถ่ายเหลวมาก ถ่ายมีเลือดมาก อาเจียนซ้ำ ซึมมาก กินไม่ได้ อ่อนแรง เหงือกสีผิดปกติ หายใจผิดปกติ หรือลูกสัตว์ตัวเล็กถ่ายเหลวร่วมกับซึม ควรโทรติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ทันที

สรุป: พยาธิทางเดินอาหารควรวางแผนตามอายุ น้ำหนัก และความเสี่ยงของน้อง

พยาธิทางเดินอาหารในสุนัขและแมวพบได้ทั้งลูกสัตว์และสัตว์โต อาการที่อาจพบ เช่น ถ่ายเหลว พุงป่อง น้ำหนักไม่ขึ้น อาเจียน ขนดูไม่เงา หรือเห็นพยาธิในอุจจาระ

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็นพยาธิเสมอไป และการไม่เห็นพยาธิในอุจจาระก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยงทั้งหมด

เจ้าของไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิเอง ใช้ยาสุนัขกับแมว หรือเดาขนาดยาจากอายุ ควรให้ทีมช่วยประเมินตามน้ำหนัก อายุ สุขภาพ ประวัติถ่ายพยาธิ อาการ และความเสี่ยงของน้องแต่ละตัว

น้องถ่ายเหลว พุงป่อง น้ำหนักไม่ขึ้น หรือเห็นสิ่งคล้ายพยาธิ แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน?

ลองเตรียมอายุ น้ำหนัก ประวัติถ่ายพยาธิ ลักษณะและจำนวนครั้งของอุจจาระ อาการอาเจียน การกิน รวมถึงรูปอุจจาระหรือสิ่งที่สงสัยว่าเป็นพยาธิ เพื่อช่วยให้ทีมเห็นข้อมูลได้ครบขึ้น

หากน้องถ่ายมีเลือดมาก อาเจียนซ้ำ ซึมมาก กินไม่ได้ อ่อนแรง เหงือกสีผิดปกติ หรือเป็นลูกสัตว์ตัวเล็กที่ถ่ายเหลวร่วมกับซึม ควรโทรติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ทันที

โรงพยาบาลสัตว์เศรษฐกิจสัตวแพทย์ | Setthakit Animal Hospital

โรงพยาบาลสัตว์บางแค / โรงพยาบาลสัตว์ฝั่งธน / โรงพยาบาลแมวบางแค

ดูแลการตรวจสุขภาพ การถ่ายพยาธิ และการวางแผนป้องกันปรสิตในสุนัขและแมว โดยประเมินร่วมกับอายุ น้ำหนัก สุขภาพ อาการ และไลฟ์สไตล์ของน้องแต่ละตัว