โปรแกรมสุนัข1
โปรแกรมตรวจสุขภาพระบบทางเดินอาหารเริ่มต้นสำหรับสุนัข (Gastrointestinal Early Care For Dog) สำหรับประเมินแบบทดสอบ 4-6 คะแนน

จุดมุ่งหมายของโปรแกรม Gastrointestinal Early Care คือ “จับสัญญาณผิดปกติให้ได้เร็วที่สุด” และป้องกันไม่ให้อาการเล็กน้อยพัฒนาเป็นโรคเรื้อรังในอนาคต

การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้

  • ผลเลือดและผลตรวจระบบทางเดินอาหารมีความแม่นยำ
  • ลดความเครียดของสัตว์เลี้ยง
  • ลดระยะเวลารอคอยและทำให้สัตวแพทย์วางแผนดูแลได้ตรงจุดยิ่งขึ้น

การเตรียมตัวก่อนวันนัด

1. สังเกตและจดบันทึกอาการของน้องสุนัข

  • ความถี่ของการอาเจียน / ท้องเสีย

  • ลักษณะอุจจาระ (นิ่ม, เหลว, มีมูกหรือเลือด)

  • พฤติกรรมการกินอาหาร น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลง
  • อาการร่วม เช่น ท้องอืด ผายลมมีกลิ่นแรง เบ่งถ่ายบ่อย

ข้อดี : ข้อมูลเหล่านี้จะถูกใช้ในการทำแบบประเมินความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารแบบองค์รวม (Gastrointestinal Symptom Score) และประเมินความรุนแรงของโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังในสุนัขเบื้องต้น (Canine Inflammatory Bowel Disease Activity Index ; CIBDAI)

2. เตรียมรายการอาหารและขนมที่น้องสุนัขได้รับใน 1–2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

  • ยี่ห้อ/สูตรอาหารเม็ด

  • อาหารเปียก/อาหารบ้าน
  • ขนม กระดูก ขนมเคี้ยวเล่น

  • ผลไม้/ของว่างอื่น ๆ

ข้อดี : เพื่อช่วยแยกสาเหตุจากอาหาร (functional / diet-related) ออกจากโรคอวัยวะจริง (organic disease)

3. รวบรวมข้อมูลยาที่น้องสุนัขได้รับ

  • ยาถ่ายพยาธิ ยาลดกรด ยาฆ่าเชื้อ สเตียรอยด์ หรือวิตามินเสริม

  • วันที่เริ่มใช้และระยะเวลาที่ให้ยา

ข้อดี : การทราบประวัติยาอย่างละเอียดมีผลต่อการแปลผลเลือดและการตัดสินใจรักษา

การเตรียมตัวในวันมาตรวจ

1. การงดอาหารก่อนตรวจเลือด

  • แนะนำให้งดอาหาร ประมาณ 8–10 ชั่วโมง ก่อนมาตรวจ
  • สามารถให้น้ำสะอาดได้ตามปกติ ยกเว้นกรณีสัตวแพทย์แจ้งเป็นพิเศษ
  • ไม่ควรให้อาหารไขมันสูง หรือขนมจำนวนมากในคืนก่อนวันตรวจ

ข้อดี : การงดอาหารช่วยให้ค่าเคมีเลือด โดยเฉพาะน้ำตาล ไขมัน และเอนไซม์ตับ แปลผลได้แม่นยำขึ้น

หมายเหตุ : หากเป็นลูกสุนัขอายุน้อย, สุนัขเบาหวาน หรือสุนัขที่มีโรคประจำตัวอื่น ๆ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เนื่องจากทีมแพทย์จะประเมินเป็นรายกรณีว่าควรงดอาหารอย่างไร

2. การเตรียมตัวอย่างอุจจาระ 

  • เก็บอุจจาระของน้องสุนัขในเช้าวันมาตรวจ หรือภายใน 12 ชั่วโมงก่อนมาถึงโรงพยาบาล
  • ใส่ในภาชนะสะอาด เช่น ถุงซิปล็อกหรือกระปุกที่ปิดมิดชิด
  • หลีกเลี่ยงการปนทราย ดิน หรือสารเคมีจากพื้น

เพิ่มเติม : หากไม่สะดวกเก็บเอง เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเก็บตัวอย่างที่โรงพยาบาลได้

3. เอกสารและข้อมูลที่ควรนำมาด้วย

  • สมุดวัคซีน/ประวัติการรักษาเดิม
  • ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาล/คลินิกอื่น (ถ้ามี)
  • รายการอาหารและยาที่น้องได้รับในช่วงที่ผ่านมา

4. การเดินทางและความปลอดภัยของน้องสุนัข

  • ใช้สายจูงหรือกรงเคลื่อนย้าย เพื่อความปลอดภัยในบริเวณโรงพยาบาล
  • ในสุนัขที่เครียดง่าย แนะนำให้พกของเล่นหรือผ้าห่มที่มีกลิ่นคุ้นเคยติดมาด้วย

ขั้นตอนทั้งหมดออกแบบให้น้องสุนัขได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย ภายใต้มาตรฐานโรงพยาบาลสัตว์ และไม่มีหัตถการใดที่มีความเสี่ยงรุนแรงในโปรแกรมระดับนี้

ขั้นตอนที่ 1: ลงทะเบียนและซักประวัติอย่างละเอียด

  • เจ้าหน้าที่ต้อนรับทำการลงทะเบียน และยืนยันข้อมูลเบื้องต้นของน้องสุนัข
  • ทีมสัตวแพทย์ซักประวัติด้านระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะ เช่น
    • ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ
    • ความถี่ของการอาเจียนและท้องเสีย
    • ลักษณะอุจจาระ
    • พฤติกรรมการกินและการดื่มน้ำ
  • ข้อมูลจากเจ้าของจะถูกใช้ประเมิน Gastrointestinal Symptom Score และCanine Inflammatory Bowel Disease Activity Index ; CIBDAI แบบคร่าว ๆ
    • ขั้นตอนนี้เป็นเพียงการพูดคุยและจดบันทึก ไม่มีหัตถการที่ทำให้สัตว์เจ็บปวด

ขั้นตอนที่ 2: การตรวจร่างกายโดยสัตวแพทย์ (Physical Examination)

สัตวแพทย์จะตรวจน้องสุนัขอย่างละเอียดตั้งแต่หัวจรดหาง ทั้ง 13 ระบบ จะเน้นระบบทางเดินอาหาร ได้แก่

  • ตรวจสภาพทั่วไป
    • น้ำหนักตัว
    • ระดับความร่าเริง (attitude/activity)
    • ความชุ่มชื้นของเยื่อเมือก (ประเมินภาวะขาดน้ำ)
  • ตรวจท้องและระบบทางเดินอาหาร
    • คลำบริเวณช่องท้องเพื่อประเมินอาการเจ็บ แน่น หรือก้อนผิดปกติ
    • ฟังเสียงการเคลื่อนไหวของลำไส้ (intestinal motility)
  • ตรวจผิวหนังและขน
    • ดูสัญญาณร่วม เช่น ผิวหนังอักเสบ คัน หรือขนร่วง ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการแพ้อาหาร

การตรวจร่างกายเป็นการคลำและฟังด้วยหูฟัง ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อสัตว์ และหากน้องมีความกังวล ทีมงานจะใช้การจับประคองที่นุ่มนวลและลดความเครียดให้มากที่สุด

ขั้นตอนที่ 3: การเก็บตัวอย่างเลือด (Blood Sampling)

  • สัตวแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรมเฉพาะทางจะเป็นผู้เก็บเลือด
  • ใช้เข็มขนาดเหมาะสมสำหรับสุนัขแต่ละขนาด และเก็บในปริมาณที่เพียงพอต่อการตรวจ CBC และเคมีเลือดพื้นฐานเท่านั้น
  • บริเวณที่เจาะเลือดจะได้รับการทำความสะอาดก่อนทุกครั้ง
  • หลังเก็บเลือดจะมีการกดบริเวณที่เจาะชั่วครู่เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ

โดยทั่วไป น้องสุนัขอาจรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยขณะเจาะเลือด แต่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และปริมาณเลือดที่เก็บจะอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยตามมาตรฐานวิชาชีพ

ขั้นตอนที่ 4: การตรวจอุจจาระ (Fecal Examination)

เจ้าหน้าที่จะนำอุจจาระไปตรวจด้วยเทคนิคทางห้องปฏิบัติการ เพื่อค้นหาไข่พยาธิภายในลำไส้ และตรวจหาภาวะการติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไวรัสและโปรโตซัวของสุนัข
การตรวจอุจจาระเป็นการตรวจตัวอย่างเท่านั้น ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อน้องสุนัข

หมายเหตุ : หากไม่ได้เตรียมอุจจาระมา โรงพยาบาลอาจช่วยเก็บตัวอย่างภายในบริเวณโรงพยาบาล เมื่อสัตว์ขับถ่าย

ขั้นตอนที่ 5: การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis – เฉพาะกรณีจำเป็น)

  • ในสุนัขที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป หรือกรณีที่สัตวแพทย์เห็นว่าควรประเมินเพิ่มเติม จะมีการตรวจปัสสาวะ
  • โดยทั่วไป จะใช้การเก็บปัสสาวะจากการถ่ายปกติ (free-catch) หากน้องให้ความร่วมมือ
  • ในกรณีพิเศษที่ต้องใช้วิธีอื่น สัตวแพทย์จะอธิบายและขอความยินยอมก่อนทุกครั้ง

การตรวจปัสสาวะช่วยให้เห็นภาพรวมการทำงานของไตและระบบอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการทางเดินอาหาร

ขั้นตอนที่ 6: การวิเคราะห์ผลและสรุปแนวทางการดูแล

  • ตัวอย่างเลือดและอุจจาระจะถูกส่งตรวจในห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล
  • สัตวแพทย์จะรวบรวมข้อมูลจาก
    • ประวัติและ Gastrointestinal Symptom Score
    • ผลตรวจร่างกาย
    • ผลตรวจเลือด
    • ผลตรวจอุจจาระ
    • ผลตรวจปัสสาวะ (หากมีการตรวจ)
  • จากนั้นจะอธิบายผลตรวจให้เจ้าของทราบอย่างเป็นลำดับ พร้อมแนะนำแนวทาง เช่น
    • การปรับอาหารหรือขนม
    • การสังเกตอาการต่อเนื่องที่บ้าน
    • การนัดติดตามผล หรือจำเป็นต้องขยับไปสู่โปรแกรมตรวจระดับถัดไป หากพบสัญญาณความเสี่ยงเพิ่มเติม
  • ตรวจร่างกายทั่วไป 13 ระบบ
    • ตรวจตั้งแต่หัวจรดหาง
  • การตรวจเลือด
    • ​ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
    • ตรวจน้ำตาลในเลือด
  • ตรวจการทำงานของไต
    • Creatinine
    • BUN
    • BUN/CREA ratio 
  • ตรวจการทำงานของตับ
    • ​SGPT (ALT)
    • Alkaline Phosphatase (ALP)
  • ตรวจระดับโปรตีน
    • Total protein (TP)
    • Albumin (ALB)
    • Globulin (GLOB)
    • ALB/GLOB ratio
  • ตรวจอุจจาระเพื่อหาพยาธิและภาวะการติดเชื้อจากไวรัสและโปรโตซัวของระบบทางเดินอาหาร

รายการต่อไปนี้จะไม่ได้ระบุในโปรแกรม สัตวแพทย์อาจแนะนำให้มีการตรวจเพิ่มเติม หากพบข้อสงสัยหรือความผิดปกติ

  • ตรวจปัสสาวะ***
    • ควรตรวจเมื่อสุนัขมีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป
    • ควรตรวจเมื่อสุนัขมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น
      • ดื่มน้ำเยอะขึ้นกว่าปกติ (PU/PD)
      • ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ หรือปริมาณเยอะผิดปกติ
           -
      • ปัสสาวะมีเลือด/ขุ่น/มีกลิ่นแรงผิดปกติ
      • เบ่งฉี่ หรือเหมือนปวดฉี่บ่อย

เงื่อนไขการตรวจโปรแกรมตรวจสุขภาพ

  • รวมค่าบริการโรงพยาบาล, ค่าหัตถการ, ค่าเวชภัณฑ์หรืออุปกรณ์ที่ระบุอยู่ในโปรแกรม

  • ไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์, ค่ายา, ค่าเวชภัณฑ์หรืออุปกรณ์ที่นอกเหนือจากรายการที่ระบุในโปรแกรม และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในกรณีที่แพทย์แนะนำให้มีการตรวจเพิ่มเติม*** หากพบข้อสงสัยหรือความผิดปกติ
  • ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดอื่น ๆ ได้

  • ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
จองนัดหมายออนไลน์