โปรแกรมสุนัข 3 - โปรแกรมตรวจสุขภาพระบบทางเดินอาหารตรวจวินิจฉัยขั้นสูงสำหรับสุนัข
โปรแกรมตรวจสุขภาพระบบทางเดินอาหารตรวจวินิจฉัยขั้นสูงสำหรับสุนัข (Gastrointestinal Advanced Diagnostic Panel For Dog) สำหรับระดับทดสอบ 11-15 คะแนน
เป็นการตรวจเชิงลึกที่ออกแบบมาสำหรับน้องสุนัขที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคทางเดินอาหารเรื้อรัง โดย
- ใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการและภาพวินิจฉัยที่ได้มาตรฐาน
- อยู่ภายใต้การดูแลของทีมสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านอายุรกรรมและระบบทางเดินอาหาร
- มุ่งเน้นให้การวินิจฉัยตรงสาเหตุและวางแผนดูแลระยะยาวอย่างปลอดภัย
การเตรียมตัวน้องสุนัขก่อนเข้ารับโปรแกรม Gastrointestinal Advanced Diagnostic Panel For Dog
การเตรียมตัวอย่างถูกต้องจะช่วยให้
- ผลตรวจเลือดและผลตรวจเฉพาะทางระบบทางเดินอาหาร Gastrointestinal specific มีความแม่นยำสูงสุด
- ภาพอัลตราซาวด์ช่องท้อง (Gastrointestinal -focused) คมชัด เห็นความผิดปกติของลำไส้–ตับ–ตับอ่อน และอวัยวะรอบข้างได้ชัดเจน
- ลดความเครียดของน้องสุนัขระหว่างการตรวจ
- ทีมสัตวแพทย์สามารถวางแผนตรวจ และรักษาได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับภาวะของสุนัขมากที่สุด
การเตรียมตัวก่อนวันนัด
1. สังเกตและจดบันทึกรายละเอียดอาการเรื้อรัง
- ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ (เกิน 3 สัปดาห์ หรือเป็น ๆ หาย ๆ นานหลายเดือน)
- ความถี่ของการอาเจียน/ท้องเสีย
- ลักษณะอุจจาระ (ปริมาณ สี ความเหลว มูก/เลือด กลิ่นผิดปกติ)
- น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลง ความอยากอาหาร และระดับความร่าเริง
- อาการร่วม เช่น บวมตามตัว ท้องป่อง น้ำในท้อง คันผิวหนัง หูอักเสบ หรือดื่มน้ำ/ปัสสาวะผิดปกติ
ข้อดี :ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สัตวแพทย์ประเมินภาพรวมของโรคระบบทางเดินอาหารเรื้อรังได้แม่นยำขึ้น
2. เตรียมข้อมูลอาหาร ยา และผลตรวจเดิม
- ยี่ห้อและสูตรอาหารหลัก
- ขนม อาหารเสริม น้ำมัน/วิตามิน
- ยาที่ใช้อยู่ในช่วง 1–3 เดือนที่ผ่านมา (ยาฆ่าเชื้อ สเตียรอยด์ ยาลดกรด ยาแก้ท้องเสีย ฯลฯ)
- ผลเลือด/อัลตราซาวด์/เอกซเรย์เดิมจากคลินิกหรือโรงพยาบาลอื่น (ถ้ามี)
ข้อดี : ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ประเมินความต่อเนื่องของโรค และช่วยวางแผนการตรวจที่เจาะจงมากขึ้น
การเตรียมตัวในวันมาตรวจ
1. การงดอาหารก่อนตรวจเลือดและอัลตราซาวด์
- แนะนำให้งดอาหาร 8–12 ชั่วโมง ก่อนถึงโรงพยาบาล
- ให้น้ำสะอาดได้ตามปกติ ยกเว้นในกรณีที่สัตวแพทย์แจ้งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
- หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงหรือขนมจำนวนมากในมื้อก่อนงดอาหาร
ข้อดี : การงดอาหารช่วยให้ค่าเคมีเลือด (โดยเฉพาะไขมัน เอนไซม์ตับ–ตับอ่อน โปรตีน และอิเล็กโทรไลต์) และภาพอัลตราซาวด์มีความแม่นยำสูงขึ้น
หมายเหตุ : หากเป็นลูกสุนัข, สุนัขเบาหวาน หรือมีโรคประจำตัวอื่น กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เพื่อทีมแพทย์จะพิจารณาปรับวิธีงดอาหารให้เหมาะสมกับแต่ละราย
การเตรียมตัวอย่างอุจจาระ
- ให้เก็บอุจจาระของน้องในเช้าวันตรวจหรือภายใน 12 ชั่วโมงก่อนมาถึงโรงพยาบาล
- ใส่ภาชนะสะอาด ปิดมิดชิด และหลีกเลี่ยงสิ่งปนเปื้อนจากพื้น
เพิ่มเติม : หากไม่สะดวกเก็บเอง เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเก็บตัวอย่างที่โรงพยาบาลได้
3. การเตรียมตัวสำหรับอัลตราซาวด์
- หลีกเลี่ยงการวิ่งเล่น/ออกกำลังกายหนักก่อนมาตรวจ
- ควรพาเดินขับถ่ายอุจจาระก่อนเข้าตรวจ
- ให้สุนัขสงบก่อนตรวจ 10–15 นาที
- กรณีที่สุนัขมีอาการตื่นกลัว ไม่คุ้นเคยกับการตรวจ ไม่ให้ความร่วมมือ ก้าวร้าวเล็กน้อย–ปานกลาง
- ทางโรงพยาบาลจะทำการนัดในช่วงเวลาที่ไม่เร่งรีบ
- ควรพามาก่อนเวลานัดหมายประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้สุนัขคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อม
- ควรใช้สายจูง/สายรัดอกที่คุ้นเคย เพื่อให้สุนัขรู้สึกปลอดภัย
- พกของใช้/ของเล่นที่มีกลิ่นคุ้นเคย ทำให้น้องสบายใจ
- ถ้าสุนัขไวต่อเสียง/คนแปลกหน้า ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ขณะที่ทำการนัด เพื่อให้ได้เตรียมห้องแยกไว้โดยเฉพาะ
- หากสุนัขที่กังวลมาก มีความเครียด มีประวัติหอบ ก้าวร้าวเมื่อต้องจับ หรือไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจ จนตรวจไม่ได้ อาจจะต้องใช้ยาในกลุ่มคลายกังวล โดยจะให้เจ้าของป้อนยาที่บ้านก่อนมาถึง 1–2 ชั่วโมง
- หากสุนัขก้าวร้าวปานกลาง–มาก ควรเตรียมการฝึกใส่ที่ครอบปาก 1–2 สัปดาห์ล่วงหน้า เพื่อให้สุนัขรู้สึกว่า "ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว"
- สัตวแพทย์อาจพิจารณาให้ยาสลบแบบสั้นตามความจำเป็น หากสุนัขที่ก้าวร้าวมากหรือมีความเครียดระดับสูง (จะต้องมีการขออนุญาตและอธิบายผลข้างเคียงของการให้ยาสลบแก่เจ้าของทุกครั้ง)
หมายเหตุ : มีการโกนขนบริเวณหน้าท้องเล็กน้อย เพื่อให้หัวตรวจสัมผัสผิวหนังได้ดี
4. การเดินทางและความปลอดภัยของน้องสุนัข
- ใช้สายจูงหรือกรงเคลื่อนย้ายเพื่อความปลอดภัย
- ในสุนัขที่อ่อนแรงหรือหายใจลำบาก ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อมาถึง เพื่อให้ทีมแพทย์ประเมินก่อนเป็นกรณีพิเศษ
เอกสาร/ข้อมูลที่ควรนำมา
- สมุดวัคซีน
- ผลตรวจเก่าที่มีอยู่
- รายชื่อยาและอาหารที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
ขั้นตอนการตรวจ Gastrointestinal Advanced Diagnostic Panel For Dog
โปรแกรมนี้ออกแบบเป็น “ชุดตรวจวินิจฉัยขั้นสูง” เพื่อหาสาเหตุโรคทางเดินอาหารเรื้อรังและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้มาตรฐานวิชาชีพและการดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมสัตวแพทย์
ขั้นตอนที่ 1: ลงทะเบียนและประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)
- เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนและยืนยันข้อมูลเจ้าของ/สัตว์เลี้ยง
- สัตวแพทย์ซักประวัติอย่างละเอียด โดยเน้น
- ลักษณะอาการเรื้อรัง
- ระดับการลดลงของน้ำหนักตัว
- อาการบวม น้ำในท้อง หรือภาวะขาดน้ำ
- การตอบสนองต่อการรักษาที่ผ่านมา
- ข้อมูลทั้งหมดจะถูกใช้ร่วมกับ Gastrointestinal Symptom Score เพื่อจัดกลุ่มว่าอยู่ในระดับความเสี่ยงสูง (High Risk) และกำหนดลำดับความเร่งด่วนในการตรวจรักษา
- ขั้นตอนนี้เป็นเพียงการพูดคุยและประเมินเบื้องต้น ไม่มีความเสี่ยงหรืออันตรายต่อน้องสุนัข
ขั้นตอนที่ 2: การตรวจร่างกายโดยละเอียด (Comprehensive Physical Examination)
สัตวแพทย์จะตรวจร่างกายน้องสุนัขอย่างละเอียด ทั้ง 13 ระบบ โดยเน้นระบบทางเดินอาหารและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินผลกระทบของโรคต่อระบบต่าง ๆ ได้แก่
- ประเมินสภาพทั่วไปและภาวะขาดน้ำ
- ประเมินระดับความรู้สึกตัว ความร่าเริง
- ประเมินสีเยื่อเมือก ปลายมือปลายเท้า และสีเหงือก
- ประเมิน ความยืดหยุ่นของผิวหนัง เพื่อดูระดับน้ำในร่างกาย (Skin turgor)
- ประเมิน การไหลเวียนโลหิตและภาวะช็อก โดยดูระยะเวลาที่เลือดไหลกลับเข้าสู่เส้นเลือดฝอย หลังจากถูกกด (Capillary Refill Time: CRT)
- ประเมินชีพจร และอัตราการหายใจ
- ตรวจช่องท้องและระบบทางเดินอาหาร
- คลำหาก้อนภายในช่องท้อง ประเมินความเจ็บปวดของช่องท้อง คลำหาสภาวะลำไส้หนาตัว หรือของเหลวภายในช่องท้อง
- ฟังการเคลื่อนไหวของลำไส้
- ประเมินภาวะบวมน้ำและโปรตีนในเลือดต่ำ
- ตรวจการบวมที่ขา ช่องท้อง หรือบริเวณใต้ผิวหนัง
- ตรวจหาน้ำในช่องท้องเบื้องต้น
การตรวจร่างกายเป็นการคลำและฟังด้วยหูฟัง ไม่ใช่หัตถการรุกล้ำ ไม่เป็นอันตราย ไม่มีการใช้เครื่องมือที่ทำให้เกิดบาดแผล และเป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินความปลอดภัยก่อนทำการตรวจเพิ่มเติม
ขั้นตอนที่ 3: การเก็บตัวอย่างเลือดแบบครอบคลุมและครบถ้วน (Advanced Blood Panel)
- สัตวแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรมเฉพาะทางจะเป็นผู้เก็บเลือด
- ใช้เข็มและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับขนาดตัวของสุนัข พร้อมการทำความสะอาดผิวบริเวณที่เจาะทุกครั้ง
- เก็บเลือดในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับตรวจ
- หลังเก็บเลือดจะมีการกดบริเวณที่เจาะชั่วครู่เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ การเจาะเลือดอาจทำให้น้องรู้สึกเจ็บเล็กน้อยชั่วขณะ แต่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปริมาณเลือดที่เก็บจะอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยตามมาตรฐานวิชาชีพ
การเจาะเลือดอาจทำให้น้องรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และทุกขั้นตอนจะทำภายใต้การควบคุมและมาตรฐานด้านความปลอดภัยของโรงพยาบาล
ขั้นตอนที่ 4: การตรวจอุจจาระและคัดกรองปรสิต (Stool & Parasite Screening)
- เจ้าหน้าที่จะนำอุจจาระไปตรวจด้วยเทคนิคทางห้องปฏิบัติการ เพื่อค้นหาไข่พยาธิภายในลำไส้ และตรวจหาภาวะการติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไวรัสและโปรโตซัวของสุนัขที่ทำให้ท้องเสียเรื้อรัง
- พิจารณา fecal occult blood ในกรณีสงสัยเลือดออกจากลำไส้
การตรวจอุจจาระเป็นการตรวจตัวอย่างเท่านั้น ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อน้องสุนัข
หมายเหตุ : หากไม่ได้เตรียมอุจจาระมา โรงพยาบาลอาจช่วยเก็บตัวอย่างภายในบริเวณโรงพยาบาล เมื่อสัตว์ขับถ่าย
ขั้นตอนที่ 5: การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis – เฉพาะกรณีจำเป็น)
- ในสุนัขที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป หรือกรณีที่สัตวแพทย์เห็นว่าควรประเมินเพิ่มเติม จะมีการตรวจปัสสาวะ
- โดยทั่วไป จะใช้การเก็บปัสสาวะจากการถ่ายปกติ (free-catch) หากน้องให้ความร่วมมือ
- ในกรณีพิเศษที่ต้องใช้วิธีอื่น สัตวแพทย์จะอธิบายและขอความยินยอมก่อนทุกครั้ง
การตรวจปัสสาวะช่วยให้เห็นภาพรวมการทำงานของไตและระบบอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการทางเดินอาหาร
ขั้นตอนที่ 6: การตรวจภาพวินิจฉัย (Imaging – Ultrasound / X-ray)
- การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องเน้นระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Focused)
- โกนขนบริเวณหน้าท้องเพื่อให้หัวตรวจสัมผัสผิวหนังได้ดี
- น้องสุนัขจะถูกจัดท่าให้นอนตะแคงหรือนอนหงายบนเบาะนุ่ม พร้อมมีเจ้าหน้าที่ช่วยประคอง
- สัตวแพทย์ใช้หัวตรวจอัลตราซาวด์เคลื่อนบนผิวหนัง บนชั้นเจลชนิดพิเศษ (ไม่เจ็บและไม่เป็นอันตราย)
- ประเมินโครงสร้างสำคัญ ได้แก่
- ผนังลำไส้ (ความหนา, ชั้นผนัง, muscularis)
- กระเพาะอาหาร
- ต่อมน้ำเหลืองบริเวณช่องท้อง
- ตับอ่อน (pancreas)
- ตับ (liver), ถุงน้ำดี (gallbladder), ท่อน้ำดี
- ของเหลวในช่องท้อง (ถ้ามี)
- พิจารณาเอกซเรย์ช่องท้อง (X-ray)
- ในกรณีสงสัยสิ่งแปลกปลอมอุดตัน (foreign body), ลำไส้โป่ง หรือปัญหาโครงสร้างอื่น ๆ
- ใช้รังสีในปริมาณที่ปลอดภัย และอยู่ภายใต้การควบคุมด้วยมาตรฐานวิชาชีพ
การตรวจทั้งสองรูปแบบนี้ไม่ทำให้สัตว์เจ็บปวดโดยตรง และหากน้องมีความกังวลสูง อาจใช้การจับประคองอย่างนุ่มนวล หรือยาคลายกังวลขนาดต่ำตามดุลยพินิจของสัตวแพทย์
ขั้นตอนที่ 7 : การวิเคราะห์ผลและวางแผนวินิจฉัย–รักษาเชิงลึก
- สัตวแพทย์จะรวบรวมข้อมูลจาก
- ประวัติอาการเรื้อรังและผล GASTROINTESTINAL Symptom Score
- ผลตรวจร่างกาย
- ผลเลือด (CBC, Chemistry, Protein profile, Electrolytes, GI-specific)
- ผลตรวจอุจจาระ
- ผลตรวจปัสสาวะ (หากมีการตรวจ)
- ผลอัลตราซาวด์ และเอกซเรย์
- จากนั้นจะอธิบายผลตรวจทั้งหมดให้เจ้าของทราบอย่างเป็นลำดับ และเชื่อมโยงกับโรคที่สงสัย เช่น
- ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammatory Enteropathy / IBD)
- ภาวะโปรตีนรั่วออกจากลำไส้ (Protein-Losing Enteropathy)
- ปัญหาจากตับอ่อนทำงานน้อย (Exocrine Pancreatic Insufficiency;EPI)
- ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง (Chronic Pancreatitis)
- โรคตับและท่อน้ำดีเรื้อรัง (Chronic Hepatic/Hepatobiliary Disease)
- เนื้องอกระบบทางเดินอาหาร
- การวางแผนขั้นต่อไป (เมื่อจำเป็น)
- พิจารณาการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมโดยการส่องกล้อง (endoscopy) และเก็บชิ้นเนื้อ (biopsy) (ลำไส้/กระเพาะ)
- วางแผนการวินิจฉัยภาวะภูมิแพ้อาหาร (diet trial) โดยการตัดอาหารที่สงสัยว่าแพ้ออกไปทั้งหมดเป็นระยะเวลาหนึ่ง (ช่วงจำกัดอาหาร) โดยให้สัตว์กินอาหารสูตรพิเศษ (Hypoallergenic) ที่มีแหล่งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่ไม่เคยได้รับมาก่อน (Novel Protein) หรือเป็นโปรตีนที่ถูกย่อยโมเลกุลจนร่างกายจำไม่ได้ (Hydrolyzed) และสังเกตอาการว่าดีขึ้นหรือไม่ หากอากดีขึ้นให้เริ่มนำอาหารที่สงสัยว่าแพ้ เช่น เนื้อวัว, ไก่, ปลา ต้องให้ทีละชนิดและให้กินติดต่อกัน 7-14 วัน ถ้าอาการแพ้กลับมาอีกครั้ง แสดงว่าสัตว์แพ้อาหารชนิดนั้น หากไม่พบอาการแพ้ก็ทดสอบอาหารชนิดอื่นต่อไปเรื่อยๆ เพื่อหาสารก่อภูมิแพ้ที่แท้จริง (ช่วงท้าทาย/Challenge) หรือเปลี่ยนอาหารเป็นสูตร Hydrolyzed หรือ Novel protein ทันที หากสังเกตว่าอาการดีขึ้น และไม่ต้องการพิสูจน์ว่าแพ้อาหารชนิดใดสามารถทานอาหารสูตร Hydrolyzed หรือ Novel protein ไปตลอดชีวิตได้เลย
- พิจารณาการใช้ยาเฉพาะทาง เช่น immunosuppressant (prednisolone, budesonide, cyclosporine) หรือการสนับสนุนทางโภชนาการเฉพาะโรค
หัตถการเพิ่มเติมทุกขั้นตอน เช่น การส่องกล้องหรือการดมยาสลบ จะมีการอธิบายข้อดี–ข้อจำกัดและความเสี่ยง ให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน และขอความยินยอมจากเจ้าของก่อนดำเนินการทุกครั้ง
รายการการตรวจ
- ตรวจร่างกายทั่วไป 13 ระบบ
- ตรวจตั้งแต่หัวจรดหาง
- การตรวจเลือด
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
- ตรวจน้ำตาลในเลือด (Glucose)
- ตรวจการทำงานของไต
- Creatinine
- BUN
- BUN/CREA ratio
- ตรวจการทำงานของตับ
- SGPT (ALT)
- Alkaline Phosphatase (ALP)
- Gamma-glutamyltransferese (GGT)
- Total bilirubin (TBIL)
- ตรวจระดับโปรตีน
- Total protein (TP)
- Albumin (ALB)
- Globulin (GLOB)
- ALB/GLOB ratio
- ตรวจไขมันในเลือด
- Cholesterol (CHOL)
- Triglyceride (TRIG)
- ตรวจระดับแร่ธาตุ
- Calcium (Ca)
- Phosphorus (PHOS)
- ตรวจระดับอิเล็กโทรไลต์ (Electrolytes) เพื่อประเมินความสมดุลของเหลว และความสมดุลของกรด-ด่าง
- โซเดียม (Na+)
- โพแทสเซียม (K+)
- คลอไรด์ (Cl-)
- ตรวจระดับวิตามิน เพื่อประเมินภาวะดูดซึมและสมดุลลำไส้เล็ก
- B12
- Folate
- ตรวจภาวะตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง (Chronic Pancreatitis)
- Pancreatic Lipase (PL)
- ตรวจอุจจาระเพื่อหาพยาธิและภาวะการติดเชื้อจากไวรัสและโปรโตซัวของระบบทางเดินอาหาร
- การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องเน้นระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Focused)
รายการต่อไปนี้จะไม่ได้ระบุในโปรแกรม สัตวแพทย์อาจแนะนำให้มีการตรวจเพิ่มเติม หากพบข้อสงสัยหรือความผิดปกติ
- ตรวจปัสสาวะ***
- ควรตรวจเมื่อสุนัขมีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป
- ควรตรวจเมื่อสุนัขมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น
- ดื่มน้ำเยอะขึ้นกว่าปกติ (PU/PD)
- ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ หรือปริมาณเยอะผิดปกติ -
- ปัสสาวะมีเลือด/ขุ่น/มีกลิ่นแรงผิดปกติ
- เบ่งฉี่ หรือเหมือนปวดฉี่บ่อย
- ตรวจอุจจาระ fecal occult blood ***
- ในกรณีสงสัยเลือดออกจากลำไส้
- ตรวจโรคตับอ่อนทำงานบกพร่องในสุนัข (Canine trypsin-like immunoreactivity : cTLI)***
- ท้องเสียเรื้อรังแบบไม่ตอบสนองการรักษาทั่วไป
- ท้องเสีย มากกว่า 3 สัปดาห์
- ไม่ดีขึ้นหลังเปลี่ยนอาหาร, ถ่ายพยาธิ, ให้ probiotic
- ถ่ายปริมาณมาก (large volume diarrhea)
- น้ำหนักลดชัดเจน ทั้งที่กินได้ปกติหรือกินเก่ง
- กินเยอะ แต่ผอมลง
- คะแนนความสมบูรณ์ของร่างกาย (Body condition) ลดอย่างรวดเร็ว
- กล้ามเนื้อลีบ
- ลักษณะอุจจาระผิดปกติ
- อุจจาระสีซีด/เทา
- อุจจาระมัน เยิ้ม ลอยน้ำ (steatorrhea)
- มีกลิ่นเหม็นรุนแรงผิดปกติ
- กินเก่งผิดปกติ (polyphagia) ร่วมกับ Gastrointestinal signs
- กินเร็ว กินมากขึ้น
- แย่งอาหาร
- แต่ยังผอม
- ผอมเร็วในสุนัขพันธุ์เสี่ยง
- German Shepherd Dog
- Rough Collie
- Border Collie
- Belgian Shepherd
- English Setter
- ค่าเลือดบางอย่างผิดปกติ
- Cholesterol ต่ำ
- Triglyceride ต่ำ
- Albumin ต่ำเล็กน้อย
- Cobalamin (B12) ต่ำ
- Gastrointestinal Symptom Score ปานกลาง–สูง แต่ ultrasound ไม่ชัดเจน
- ปัญหาจากตับอ่อนทำงานน้อย (Exocrine Pancreatic Insufficiency ; EPI) บางเคส ultrasound มาอาจดูปกติ
- ไม่ตอบสนองต่อแนวทางการรักษาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammatory Enteropathy / IBD)
- ปรับอาหารเป็นสูตรเฉพาะ และเสริมจุลินทรีย์แล้ว แต่อาการของน้องสุนัขยังไม่ดีขึ้น -
- ให้ steroid แล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง
- มีภาวะอื่นร่วมที่สัมพันธ์ กับปัญหาจากตับอ่อนทำงานน้อย (Exocrine Pancreatic Insufficiency ; EPI)
- ภาวะจุลินทรีย์ต่างๆ ในร่างกาย เกิดความไม่สมดุล (Dysbiosis)
- ภาวะแบคทีเรียที่อยู่บนผิวหนังหรือในช่องหูของสุนัข เกิดเจริญเติบโตมากอย่างผิดปกติ (Secondary bacterial overgrowth)
- ภาวะขาดวิตามินในสุนัข (Vitamin deficiency) โดยเฉพาะ B12
- มีประวัติเป็นโรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง (Chronic pancreatitis) มาก่อน
- ท้องเสียเรื้อรังแบบไม่ตอบสนองการรักษาทั่วไป
- ตรวจประเมินความสามารถของเลือดในการแข็งตัว (Coagulation profile)***
- เพื่อวางแผนเก็บชิ้นเนื้อ (biopsy) ที่ลำไส้ และกระเพาะอาหาร
เงื่อนไขการตรวจโปรแกรมตรวจสุขภาพ
- รวมค่าบริการโรงพยาบาล, ค่าหัตถการ, ค่าเวชภัณฑ์หรืออุปกรณ์ที่ระบุอยู่ในโปรแกรม
- ไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์, ค่ายา, ค่าเวชภัณฑ์หรืออุปกรณ์ที่นอกเหนือจากรายการที่ระบุในโปรแกรม และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในกรณีที่แพทย์แนะนำให้มีการตรวจเพิ่มเติม*** หากพบข้อสงสัยหรือความผิดปกติ
- ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดอื่น ๆ ได้
- ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม