1

คลินิกโรคตาสุนัขและแมว Eye Center by โรงพยาบาลสัตว์เศรษฐกิจสัตวแพทย์ บางแค – เพชรเกษม | ฝั่งธนบุรี

ดวงตาเป็นอวัยวะที่สะท้อนคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงได้ชัดเจน การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย เช่น ตาแดง ขี้ตา น้ำตาไหล หรือหรี่ตา อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาดวงตาที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม คลินิกโรคตาสุนัขและแมวโรงพยาบาลสัตว์เศรษฐกิจสัตวแพทย์ ให้บริการดูแลสุขภาพดวงตาแบบเฉพาะทาง สำหรับเจ้าของสุนัขและแมวในบางแค เพชรเกษม และพื้นที่ใกล้เคียงฝั่งธนบุรี

ปัญหาดวงตาในสัตว์เลี้ยง ไม่ได้จบเพียงแค่ “ตาแดง” หรือ “ขี้ตาเยอะ” อาการเหล่านี้อาจพัฒนาไปสู่โรคตาที่รุนแรงขึ้นได้ เช่น

  • แผลกระจกตา
  • ต้อหิน
  • ต้อกระจก
  • ความผิดปกติของหนังตา ขนตา และต่อมน้ำตา (Cherry eye)
  • การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร

สัตว์เลี้ยงไม่สามารถบอกเราได้ว่าเขาเริ่มเจ็บตาหรือมองไม่ชัด การตรวจสุขภาพดวงตาโดยสัตวแพทย์ที่เข้าใจโรคตาโดยเฉพาะจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันและดูแลการมองเห็นในระยะยาว

คลินิกโรคตาโรงพยาบาลสัตว์เศรษฐกิจสัตวแพทย์ดูแลดวงตาสัตว์เลี้ยงอย่างไร

คลินิกโรคตาของเราให้บริการแบบ Specialized Care ตั้งแต่การตรวจคัดกรองสุขภาพตา ไปจนถึงการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาโรคตาที่ซับซ้อน

จุดเด่นของคลินิกโรคตา

  • ตรวจโดยสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านโรคตาสุนัขและแมว มากกว่า 10 ปี
  • ใช้เครื่องมือวินิจฉัยมาตรฐานสำหรับการตรวจดวงตาสัตว์เลี้ยง
  • เข้าใจความเสี่ยงด้านดวงตาตามสายพันธุ์และช่วงวัย
  • ออกแบบขั้นตอนการตรวจให้เป็นมิตรกับแมว (Cat Friendly)
  • สื่อสารกับเจ้าของอย่างตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย และอยู่บนหลักวิชาการ

เป้าหมายของคลินิกโรคตา

ไม่ใช่เพียงการรักษาโรคตาเมื่อเกิดปัญหาแล้ว แต่คือการช่วยให้เจ้าของ

  • เข้าใจสุขภาพดวงตาของสัตว์เลี้ยงตัวเอง
  • รู้ว่าอาการแบบไหนควรเฝ้าดู และแบบไหนควรพามาตรวจ
  • วางแผนดูแลการมองเห็นได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว

การดูแลดวงตาที่ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ ช่วยรักษาคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง และช่วยให้เจ้าของใช้ชีวิตร่วมกับเขาได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

สำหรับเจ้าของสุนัขและแมวในย่านบางแค เพชรเกษม และพื้นที่ใกล้เคียงฝั่งธนบุรี คลินิกโรคตาของโรงพยาบาลสัตว์เศรษฐกิจสัตวแพทย์ พร้อมดูแลดวงตาสัตว์เลี้ยงของคุณอย่างเป็นระบบ ภายใต้การประเมินทางการแพทย์ที่ถูกต้อง รวดเร็ว และรอบคอบ

การตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น คือกุญแจสำคัญในการรักษาการมองเห็นให้อยู่กับคุณได้นานที่สุด

ดวงตาเป็นอวัยวะที่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว
บางภาวะอาจลุกลามจากอาการเล็กน้อยไปสู่ความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นภายใน 24–48 ชั่วโมง

1. หรี่ตา เจ็บตา ลืมตาไม่ขึ้น

  • ขยี้ตาบ่อย
  • หลบแสง
  • ปิดตาข้างเดียว

อาจเกี่ยวข้องกับ

  • แผลกระจกตา
  • ต้อหิน
  • การบาดเจ็บลึกของดวงตา

ภาวะเหล่านี้สามารถลุกลามรวดเร็ว ควรได้รับการตรวจโดยเร็วที่สุด

2. กระจกตาขุ่น เป็นฝ้า หรือมีจุดขาว

  • ขุ่นเฉียบพลัน
  • มีรอยคล้ายรอยถลอก
  • ผิวตาดูหม่นผิดปกติ

อาจสัมพันธ์กับ

  • แผลกระจกตาลึก
  • การติดเชื้อ
  • ภาวะความดันลูกตาสูง

3. ตาแดงจัด บวมมาก หรือหนังตาที่สามผิดปกติ

  • ตาแดงเข้มกว่าปกติ
  • บวมจนปิดลูกตา
  • ต่อมหนังตาปลิ้น (Cherry Eye)

ควรได้รับการประเมินจากสัตวแพทย์โดยเร็ว

4. การมองเห็นเปลี่ยนไป

  • เดินชนสิ่งของ
  • ไม่ตอบสนองต่อแสง
  • รูม่านตาขยายผิดปกติ

อาจเกี่ยวข้องกับ

  • ต้อหิน
  • ต้อกระจก
  • โรคจอประสาทตา
  • ความผิดปกติของระบบประสาท
ทำความรู้จักโรค

ความเสี่ยงเฉพาะสายพันธุ์

สุนัขสายพันธุ์หน้าสั้น

เช่น Shih Tzu, Pug, French Bulldog
มีความเสี่ยงต่อแผลกระจกตารุนแรงได้รวดเร็ว หากพบอาการหรี่ตา เจ็บตา หรือตาแดง ควรพามาตรวจทันที

แมว

แมวมักไม่แสดงอาการชัดเจน
หากพบว่าหลบแสง ตาไหลเรื้อรัง หรือมีประวัติหวัดแมว (FHV-1) ควรให้สัตวแพทย์ประเมินเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

โรคตาสุนัขที่พบบ่อย

เข้าใจโครงสร้างดวงตา เพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็น โรคตาสุนัขจำนวนมากไม่ได้เกิดแบบเฉียบพลันเสมอไป แต่สัมพันธ์กับความผิดปกติของโครงสร้างดวงตาตามสายพันธุ์ หากเจ้าของทราบว่าสุนัขของตนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงใด จะสามารถตรวจพบได้เร็วและรักษาได้ทันท่วงที

1. หนังตา (Eyelids)

โรคที่พบบ่อย

  • Entropion – หนังตาม้วนเข้า ทำให้ขนเสียดสีกระจกตา
  • Ectropion – หนังตาม้วนออก ทำให้ตาแห้งและติดเชื้อง่าย
  • Blepharitis – หนังตาอักเสบ
  • Lagophthalmos – หลับตาไม่สนิท

สายพันธุ์ที่พบบ่อย Bulldog, Shih Tzu, Shar Pei, Cocker Spaniel, Bloodhound, Saint Bernard กลุ่มนี้มีความเสี่ยงแผลกระจกตาเรื้อรัง ควรตรวจตาเป็นประจำ

2. หนังตาที่สาม (Third Eyelid)

โรคที่พบบ่อย

  • Cherry Eye – ต่อมหนังตาที่สามปลิ้น
  • Third eyelid prolapse
  • ต่อมหนังตาอักเสบ

สายพันธุ์ที่พบบ่อย Bulldog, Beagle, Cocker Spaniel, Pekingese, Shih Tzu, Lhasa Apso Cherry Eye ไม่ใช่เพียงปัญหาด้านความสวยงาม แต่ส่งผลต่อการสร้างน้ำตาในระยะยาว

3. ขนตาและขนรอบดวงตา

โรคที่พบบ่อย

  • Distichiasis – ขนตาขึ้นผิดตำแหน่ง
  • Trichiasis – ขนงอกเข้าตา
  • Ectopic cilia – ขนฝังผิดตำแหน่ง

สายพันธุ์ที่พบบ่อย Cocker Spaniel, Poodle, Shih Tzu, Pekingese, Golden Retriever ภาวะเหล่านี้มักทำให้ตาอักเสบเรื้อรังโดยเจ้าของอาจไม่ทราบสาเหตุ

4. เยื่อบุตา (Conjunctiva)

โรคที่พบบ่อย

  • Conjunctivitis – เยื่อบุตาอักเสบ
  • Allergic conjunctivitis – ภูมิแพ้
  • Infectious conjunctivitis – การติดเชื้อ

สายพันธุ์เสี่ยง สุนัขหน้าสั้นทุกสายพันธุ์, Labrador Retriever, Golden Retriever ตาแดงเรื้อรังไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของสายพันธุ์

5. ระบบน้ำตา (Tear Film & Lacrimal System)

โรคที่พบบ่อย

  • Keratoconjunctivitis sicca (KCS) – โรคตาแห้ง
  • Epiphora – น้ำตาไหลมากผิดปกติ

สายพันธุ์ที่พบบ่อย Shih Tzu, Pug, Cocker Spaniel, Bulldog, West Highland White Terrier ตาแห้งเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงแผลกระจกตาและการสูญเสียการมองเห็น

6. กระจกตา (Cornea)

โรคที่พบบ่อย

  • Corneal ulcer – แผลกระจกตา
  • Corneal pigmentation – กระจกตาคล้ำ
  • Corneal dystrophy
  • Keratitis – กระจกตาอักเสบ

สายพันธุ์ที่พบบ่อย Pug, French Bulldog, Shih Tzu, Boxer, Boston Terrier แผลกระจกตาถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางจักษุ ควรได้รับการตรวจทันที

7. ม่านตา (Iris / Uvea)

โรคที่พบบ่อย

  • Uveitis – ม่านตาอักเสบ
  • Persistent pupillary membrane (PPM)
  • Iris atrophy – ม่านตาฝ่อในสุนัขสูงวัย

สายพันธุ์ที่พบบ่อย Golden Retriever, Labrador Retriever, Siberian Husky, Dachshund บางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับโรคระบบ เช่น ความผิดปกติของภูมิคุ้มกันหรือการติดเชื้อ

8. เลนส์ตา (Lens)

โรคที่พบบ่อย

  • Cataract – ต้อกระจก
  • Lens luxation – เลนส์เคลื่อน

สายพันธุ์ที่พบบ่อย Poodle, Siberian Husky, Miniature Schnauzer, Jack Russell Terrier, Border Collie เลนส์เคลื่อนสามารถทำให้ตาบอดเฉียบพลันและต้องรักษาเร่งด่วน

9. ความดันลูกตา (Glaucoma)

โรคสำคัญ

  • Glaucoma – ต้อหิน
  • Secondary glaucoma

สายพันธุ์ที่พบบ่อย Cocker Spaniel, Basset Hound, Chow Chow, Shar Pei, Siberian Husky ต้อหินเป็นโรคที่เวลาในการรักษามีผลโดยตรงต่อการคงไว้ซึ่งการมองเห็น

สายพันธุ์ความผิดปกติของโครงสร้างที่พบบ่อยโรคที่ควรระวัง
Shih Tzuตาโปน หนังตาปิดไม่สนิทแผลกระจกตา, KCS
Pugเบ้าตาตื้น กระจกตานูนแผลกระจกตา, กระจกตาคล้ำ
French Bulldogตาโปน ต่อมหนังตาหลวมCherry eye, KCS
Poodleเลนส์เสื่อมง่ายต้อกระจก, เลนส์เคลื่อน
Golden Retrieverระบบภูมิคุ้มกันเกี่ยวข้องกับตาUveitis, ต้อกระจก
Labrador Retrieverเลนส์เสื่อมตามอายุต้อกระจก
Cocker Spanielหนังตาหย่อน ต่อมน้ำตาผิดปกติCherry eye, ต้อหิน
Siberian Huskyพันธุกรรมเลนส์ตาต้อกระจกวัยหนุ่มสาว
Boston Terrierตาโปน กระจกตาบางแผลกระจกตา
Shiba Inuโครงสร้างมุมตาแคบต้อหิน

โรคตาแมวที่พบบ่อย

เข้าใจโครงสร้างดวงตา เพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็น โรคตาแมวจำนวนมากไม่ได้เกิดแบบเฉียบพลันเสมอไป แต่สัมพันธ์กับความผิดปกติของโครงสร้างดวงตาตามสายพันธุ์ หากเจ้าของทราบว่าแมวของตนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงใด จะสามารถตรวจพบได้เร็วและรักษาได้ทันท่วงที

1. หนังตาม้วนเข้า (Entropion)

คืออะไร

ขอบหนังตาม้วนเข้าด้านใน ทำให้ขนเสียดสีกระจกตาตลอดเวลา

ผลที่ตามมา

  • ระคายเคืองเรื้อรัง
  • น้ำตาไหล
  • กระจกตาเป็นแผล
  • กระจกตาขุ่นถาวรได้

สายพันธุ์ที่พบบ่อย

  • Persian
  • Exotic Shorthair
  • Scottish Fold
  • แมวขนยาวหน้าสั้น

ในแมวไทยพันธุ์ผสมพบได้บ้าง แต่ไม่บ่อยเท่ากลุ่มหน้าสั้น

2. หนังตาม้วนออก (Ectropion)

พบในแมวน้อยกว่าสุนัข แต่บางรายอาจมีหนังตาหย่อนจากโครงสร้างหน้า

ผลกระทบ

  • ตาแห้ง
  • เยื่อบุตาอักเสบเรื้อรัง

พบประปรายในแมวโครงหน้าใหญ่ เช่น British Shorthair

3. Cherry Eye (ต่อมหนังตาที่สามปลิ้น)

แมวพบได้น้อยกว่าสุนัข แต่เมื่อเกิดขึ้นมักเกี่ยวข้องกับความอ่อนแอของเนื้อเยื่อยึด

ลักษณะ

  • มีก้อนสีชมพูโผล่ที่มุมตา

สายพันธุ์ที่พบได้

  • Burmese
  • Persian
  • แมวเด็กบางราย

4. Distichiasis / Trichiasis

(ขนตาขึ้นผิดตำแหน่ง / ขนเสียดตา)

ผลกระทบ

  • น้ำตาไหลเรื้อรัง
  • กระจกตาระคายเคือง
  • เป็นแผลซ้ำ ๆ

พบบ่อยใน

  • Persian
  • Exotic
  • แมวขนยาวที่มีขนรอบตาหนาแน่น

5. ความผิดปกติของท่อน้ำตา (Nasolacrimal Duct Obstruction)

พบได้บ่อยในแมวหน้าสั้น

อาการ

  • น้ำตาไหลตลอด
  • ขนใต้ตาเปียก
  • คราบน้ำตาสีน้ำตาล

สายพันธุ์เสี่ยง

  • Persian
  • Exotic Shorthair

6. กระจกตาอ่อนแอจากโครงสร้างหน้า

(Brachycephalic Ocular Syndrome – กลุ่มหน้าสั้น)

ในแมวหน้าสั้น

ลูกตาอาจโปนมากกว่าปกติ และกะพริบตาไม่สนิท

เสี่ยงต่อ

  • แผลกระจกตา
  • ตาแห้ง
  • การระคายเคืองเรื้อรัง

พบใน

  • Persian
  • Exotic
  • Himalayan

7. ความผิดปกติของม่านตา

(Iris Coloboma / Dysplasia)

คืออะไร

ม่านตาไม่สมบูรณ์ตั้งแต่กำเนิด

อาการ

  • รูม่านตาผิดรูป
  • แพ้แสง
  • การตอบสนองต่อแสงผิดปกติ

พบได้ใน

  • Siamese
  • แมวสายพันธุ์ที่มีพื้นฐานพันธุกรรมเฉพาะ

8. จอประสาทตาเสื่อมพันธุกรรม

(Progressive Retinal Atrophy – PRA) แมวพบไม่บ่อยเท่าสุนัข แต่มีรายงานในบางสายพันธุ์

อาการ

  • มองกลางคืนไม่ดี
  • รูม่านตาขยายกว้าง
  • ค่อย ๆ สูญเสียการมองเห็น

สายพันธุ์ที่มีรายงาน

  • Abyssinian
  • Siamese
  • บางสายพันธุ์ผสม

9. ต้อกระจกในแมว (Cataract)

พบได้น้อยกว่าสุนัข แต่เกิดได้จาก

  • เบาหวาน
  • การอักเสบภายในลูกตา
  • พันธุกรรมบางสาย

พบใน

  • แมวสูงวัย
  • แมวเบาหวาน
  • บางรายใน British Shorthair
สายพันธุ์ความเสี่ยงโครงสร้าง
Persianหนังตาม้วนเข้า / ท่อน้ำตาสั้น / แผลกระจกตา
Exotic Shorthairคล้าย Persian
Scottish Foldหนังตาม้วนเข้าในบางราย
British Shorthairหนังตาหย่อนบางราย / อักเสบเรื้อรัง
Siameseความผิดปกติม่านตา / จอประสาทตา
แมวไทยผสมตาอักเสบติดเชื้อพบมากกว่าโครงสร้างผิดรูป
สัตวแพทย์ประจำคลินิก

สัตวแพทย์ประจำคลินิก

สัตวแพทย์ประจำคลินิก

คลินิกระบบทางเดินอาหารดูแลโดยทีมอายุรกรรมสัตว์ที่มีประสบการณ์รักษาเคสโรคระบบทางเดินอาหารเรื้อรังมากกว่า 10 ปี พร้อมทีมผู้ช่วยสัตวแพทย์ที่ผ่านการอบรม Cat Friendly Handling ทุกคน

ทีมสัตวแพทย์(6)
สัตวแพทย์หญิง รัญชนก สุวกูล (หมอพั้นซ์)
ศูนย์โรคตาสัตว์เลี้ยง / ศูนย์โรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง
graduation
-
vet
สัตวแพทย์ประจำหน่วย : อายุรกรรม / โรคผิวหนัง / โรคตา
certificate
เลขที่ใบอนุญาต 01-10809/2558
deadline
วันจันทร์ 11.00-20.30 น. วันพฤหัสบดี 10.00-19.30 น. วันศุกร์ 10.00-20.30 น. วันเสาร์ 12.00-21.30 น. วันอาทิตย์ 9.00-18.30 น. *งดตรวจวันอังคารและพุธ*
ทีมแพทย์ทั้งหมด
ทีมสัตวแพทย์(5)
อาจารย์ด็อกเตอร์สัตวแพทย์หญิง รวงรัตน์ พุทธิรงควัตร (อาจารย์จูน)
ศูนย์โรคตาสัตว์เลี้ยง
graduation
อว.สพ.อายุรศาสตร์
vet
สัตวแพทย์ คลินิกพิเศษประจำหน่วย : โรคตา
certificate
เลขที่ใบอนุญาต 01-2531/2541
deadline
ลงตรวจวันศุกร์ 18.00 - 20.00 น.
ทีมแพทย์ทั้งหมด
ระบบทางเดินอาหารเรื้อรัง

การตรวจคัดกรองสุขภาพตา

การตรวจคัดกรองสุขภาพตาใน สุนัขและแมว ช่วยประเมินความผิดปกติของดวงตาในระยะเริ่มต้น เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคตาต่าง ๆ เช่น ต้อกระจก หรือ กระจกตาอักเสบ ทำให้สามารถดูแลและรักษาได้อย่างทันท่วงที

การตรวจคัดกรองสุขภาพตา

โรคตาหลายชนิดเริ่มต้นแบบ “ไม่มีอาการ” การตรวจคัดกรองช่วยค้นหาความผิดปกติก่อนเกิดภาวะฉุกเฉิน

เหมาะสำหรับ

  • สัตว์เลี้ยงทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป
  • สายพันธุ์เสี่ยง
  • ก่อนเพาะพันธุ์
  • ก่อนผ่าตัดใหญ่

สิ่งที่ตรวจในโปรแกรม

  • ประเมินโครงสร้างรอบดวงตา หนังตา ขนตา หนังตาที่สาม และกระจกตา
  • ตรวจฟิล์มน้ำตา (Schirmer Tear Test) คัดกรองภาวะตาแห้ง (KCS)
  • ตรวจความดันลูกตา (Tonometry) คัดกรองต้อหิน
  • ตรวจม่านตา
  • ตรวจเลนส์ตา คัดกรองต้อกระจก
  • ตรวจจอประสาทตา ประเมินภาวะเสื่อม
  • ตรวจเลือดเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคดวงตาทางพันธุกรรม

ความถี่ที่แนะนำ

  • อายุน้อยกว่า 3 ปี - ตรวจเมื่อมีอาการ หรือปีละครั้งในสายพันธุ์เสี่ยง
  • อายุ 3–7 ปี – ตรวจปีละครั้ง
  • อายุ 7 ปีขึ้นไปตรวจทุก 6–12 เดือน

ทำไมต้องตรวจเชิงป้องกัน

  • ลดโอกาสเกิดภาวะฉุกเฉิน
  • ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว
  • รักษาการมองเห็นให้นานที่สุด
  • วางแผนสุขภาพในทุกช่วงวัย

เป้าหมายคือให้เขาอยู่กับคุณไปได้อย่างยาวนาน

การเตรียมตัวก่อนพาสุนัขมาตรวจคัดกรองสุขภาพดวงตา

การเตรียมตัวที่ถูกต้องช่วยให้

  • ผลตรวจแม่นยำ
  • ค่าความดันลูกตาไม่ผิดเพี้ยนจากความเครียด
  • ลดระยะเวลารอ
  • วางแผนดูแลระยะยาวได้ตรงจุด

การตรวจตาไม่ใช่แค่ดูว่าตาแดงหรือไม่
แต่เป็นการประเมินโครงสร้าง การทำงาน และความเสี่ยงในอนาคต

ก่อนวันนัด

1. สังเกตและจดบันทึกอาการ

  • น้ำตาไหลหรือไม่
  • หรี่ตา หรือหลบแสงหรือไม่
  • ขี้ตาแบบใส ข้น เหลือง หรือเขียว
  • ขยี้ตาบ่อยหรือไม่
  • กระจกตาขุ่นหรือมีฝ้าหรือไม่
  • เดินชนของหรือมองพลาดหรือไม่
  • เป็นข้างเดียวหรือสองข้าง
  • เป็นเฉียบพลันหรือค่อย ๆ เป็น

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้สัตวแพทย์แยกภาวะตาแห้ง แผลกระจกตา ต้อหิน หรือปัญหาเลนส์และจอประสาทตาได้แม่นยำขึ้น


2. เตรียมข้อมูลยาที่ใช้อยู่

  • ยาหยอดตา
  • ยาป้ายตา
  • สเตียรอยด์
  • ยาแก้แพ้
  • ยาโรคประจำตัว
  • วันที่เริ่มใช้ยา

ยาบางชนิดมีผลต่อความดันลูกตา หรือกดอาการอักเสบชั่วคราว
ควรนำยามาด้วยทุกครั้ง


3. หลีกเลี่ยงการหยอดยาเพิ่มเติมก่อนมาตรวจ

หากไม่ใช่ยาประจำ ควรหลีกเลี่ยงการหยอดยา 6–12 ชั่วโมงก่อนตรวจ
เพื่อให้การวัดฟิล์มน้ำตา การย้อมสีแผล และการประเมินกระจกตาแม่นยำที่สุด

ในวันมาตรวจ

เรื่องอาหาร

โดยทั่วไปไม่ต้องงดอาหาร แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารมันจัดหรือปริมาณมากผิดปกติ หากมีแผนตรวจเลือด เจ้าหน้าที่จะแจ้งล่วงหน้า

การเดินทาง

  • ใช้สายจูงหรือกรงเคลื่อนย้าย
  • หลีกเลี่ยงลมแรงเป่าตรงหน้า
  • ไม่ให้โผล่หน้าออกนอกหน้าต่างรถ

ลมแรงอาจกระตุ้นการระคายเคืองกระจกตาได้

ลดความเครียด

  • พกของเล่นหรือผ้าห่มที่คุ้นเคย
  • หลีกเลี่ยงสถานการณ์ตื่นเต้นก่อนมาตรวจ

ความเครียดอาจทำให้ความดันลูกตาเพิ่มขึ้นชั่วคราว

เอกสารที่ควรนำมา

  • สมุดวัคซีน
  • ประวัติการรักษา
  • ผลตรวจเก่า
  • รายการยาและอาหารที่ใช้

ทำไมการเตรียมตัวจึงสำคัญ

การคัดกรองประเมินทั้ง

  • หนังตา ขนตา หนังตาที่สาม
  • กระจกตา
  • ม่านตา
  • ฟิล์มน้ำตา
  • ความดันลูกตา
  • เลนส์ตา
  • จอประสาทตา

การเตรียมตัวที่เหมาะสมช่วยลดค่าคลาดเคลื่อน และทำให้วางแผนระยะยาวได้แม่นยำขึ้น

การเตรียมตัวก่อนพาแมวมาตรวจคัดกรองสุขภาพดวงตา

ตามแนวทาง Cat Friendly Clinic

แมวไวต่อความเครียดสูง และความเครียดสามารถรบกวนค่าตรวจบางอย่างได้จริง
การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้ผลตรวจแม่นยำ และลดประสบการณ์เชิงลบ


ก่อนวันนัด

1. เตรียมกระเป๋าเคลื่อนย้ายที่เหมาะสม

ควรเป็นกระเป๋าแข็งแรง เปิดด้านหน้าและด้านบนได้ และแยกชิ้นบน–ล่างได้
บุด้วยผ้านุ่มหรือผ้าห่มที่มีกลิ่นคุ้นเคย แมวที่รู้สึกปลอดภัยจะมีค่าความดันลูกตาและการตอบสนองรูม่านตาใกล้เคียงปกติ


2. ทำให้แมวคุ้นเคยกับกระเป๋า

วางกระเป๋าเปิดไว้ในบ้านล่วงหน้า
อย่านำออกมาเฉพาะเวลาจะไปโรงพยาบาล


3. ใช้กลิ่นช่วยลดความเครียด

ใส่ผ้าห่มที่มีกลิ่นเจ้าของ
หากสัตวแพทย์แนะนำ สามารถใช้ฟีโรโมนสังเคราะห์ก่อนเดินทางประมาณ 20–30 นาที


4. สังเกตและจดบันทึกอาการ

  • หรี่ตา หรือหลบแสง
  • น้ำตาไหลข้างเดียวหรือสองข้าง
  • ขี้ตาลักษณะใด
  • เคยเป็น FHV-1 หรือไม่
  • เดินชนของหรือไม่

ข้อมูลนี้ช่วยแยกการอักเสบจากไวรัส ภาวะความดันตาสูง หรือโรคจอประสาทตา


5. เตรียมข้อมูลยา

โดยเฉพาะยาสเตียรอยด์ ยาโรคไต ความดัน หรือเบาหวาน
เพราะอาจมีผลต่อค่าตรวจตา

ในวันมาตรวจ

  • สามารถทานอาหารตามปกติ ยกเว้นมีแผนตรวจเลือด
  • คลุมผ้าบางส่วนของกระเป๋าเพื่อลดสิ่งกระตุ้น
  • วางกระเป๋าให้มั่นคง ไม่แกว่งหรือกระแทก
  • หากมีพื้นที่พักคอยสำหรับแมว ควรใช้พื้นที่ดังกล่าว

เจ้าของที่สงบ จะช่วยให้แมวสงบตาม

ความสำคัญของ Eye Screening ในแมว

เหมาะอย่างยิ่งในแมว

  • อายุ 7 ปีขึ้นไป
  • มีโรคไตหรือความดันสูง
  • เคยเป็น FHV-1
  • สายพันธุ์เสี่ยง เช่น Persian, Exotic, Scottish Fold

การคัดกรองช่วยป้องกันการสูญเสียการมองเห็นแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่รู้ตัว

โปรแกรมตรวจสุขภาพ

โปรแกรมตรวจคัดกรองดวงตาสุนัขและแมว (Eye Screening Program)

FAQ

FAQ โรคตาสุนัขและแมว

eye
Q: ตาแดง ขุ่น หรือมีจุดขาว ต้องรีบมาวันนี้ไหม?
down-arrow

ให้สังเกต 3 สัญญาณสำคัญ

  • หรี่ตา หรือมีอาการเจ็บตา
  • กระจกตาขุ่น หรือมีจุดขาว
  • พฤติกรรมเปลี่ยนเร็ว เช่น ซึม หลบแสง เดินชน

หากมีข้อใดข้อหนึ่ง ควรพามาตรวจทันที เพราะอาจเป็นภาวะที่ลุกลามเร็ว เช่น

  • แผลกระจกตา
  • ต้อหินเฉียบพลัน
  • ภาวะอักเสบภายในลูกตา

บางโรคสามารถรุนแรงขึ้นภายใน 24–48 ชั่วโมง หากยังไม่แน่ใจ สามารถส่งภาพเพื่อประเมินเบื้องต้นก่อนเดินทางได้

eye
Q: ไม่เจ็บ แต่ตาแดงเรื้อรังหรือมีคราบน้ำตา รอได้ไหม?
down-arrow

ไม่ควรรอนาน อาการที่ดูไม่รุนแรง เช่น

  • ตาแฉะเรื้อรัง
  • คราบน้ำตา
  • ตาคล้ำช้า ๆ
  • ขี้ตาเหนียว

อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ

  • ตาแห้ง (KCS)
  • กระจกตาคล้ำ
  • การอักเสบเรื้อรัง

ควรนัดตรวจภายใน 3–7 วัน เพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว

eye
Q: สุนัขหน้าสั้นอย่าง Shih Tzu, Pug, French Bulldog ตาแดงบ่อย เป็นเรื่องปกติไหม?
down-arrow

ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องปกติของสายพันธุ์

ตัวอย่างความเสี่ยงที่พบบ่อย

  • Shih Tzu เสี่ยงการเสียดสีจากขน
  • Pug เสี่ยงฟิล์มน้ำตาไม่เสถียร และกระจกตาคล้ำ
  • French Bulldog เสี่ยงต่อมหนังตาที่สามปลิ้น และตาแห้ง

หากมีอาการบ่อยกว่าปีละ 1–2 ครั้ง ควรตรวจโครงสร้างตาและคุณภาพฟิล์มน้ำตาอย่างละเอียด

eye
Q: Poodle, Golden, Labrador ไม่มีอาการเจ็บ แต่เสี่ยงตาบอดเงียบ ๆ จริงไหม?
down-arrow

จริง สายพันธุ์เหล่านี้มีความเสี่ยงต่อ

  • ต้อกระจก
  • จอประสาทตาเสื่อม (PRA)
  • ภาวะเลนส์เคลื่อน

สัญญาณเริ่มต้นอาจสังเกตได้ยาก เช่น

  • มองช้าในที่มืด
  • รับของช้าลง
  • เดินชนตอนกลางคืน

จึงควรตรวจคัดกรองปีละครั้ง แม้ไม่มีอาการเจ็บ

eye
Q: แมวไม่แสดงอาการเจ็บตาชัดเจน จริงไหม?
down-arrow

จริง แมวมักไม่แสดงอาการชัดเหมือนสุนัข และสามารถซ่อนความเจ็บปวดได้ดี

สัญญาณที่ควรระวัง

  • น้ำตาไหลข้างเดียว
  • หนังตาที่สามโผล่
  • รูม่านตาไม่เท่ากัน
  • หลบมุม ไม่เล่นเหมือนปกติ

หากพบอาการเหล่านี้ ควรพามาตรวจทันที

บทความ

บทความเกี่ยวกับโรคตา

รวมเคล็ดลับและความรู้จากคุณหมอ เพื่อให้เจ้าของเข้าใจและดูแลสัตว์เลี้ยงได้ดียิ่งขึ้น

คลินิกโรคตา

เพราะทุกชีวิตต้องได้รับการรักษาอย่างเข้าใจ เรามีทีมสัตวแพทย์เฉพาะทางดูแลครบ

คลินิกโรคตา

เพราะทุกชีวิตต้องได้รับการรักษาอย่างเข้าใจ เรามีทีมสัตวแพทย์เฉพาะทางดูแลครบ