โรคไขสันหลังในสุนัข: เดินเซ ขาหลังอ่อนแรง
โรคไขสันหลังในสุนัข
เดินเซ ขาหลังอ่อนแรง เจ็บหลัง ลากขา หรือเดินไม่ได้ อาจไม่ใช่แค่ “ปวดขา” แต่อาจเกี่ยวข้องกับไขสันหลัง กระดูกสันหลัง เส้นประสาท หรือโรคข้อที่ควรประเมินอย่างเป็นระบบ
สรุปสั้น ๆ: ถ้าน้องยังเดินได้และอาการไม่มาก อาจเริ่มจากจำกัดการกระโดด ถ่ายวิดีโอ และทัก LINE OA ได้ แต่ถ้า ลากขา เดินไม่ได้ ปัสสาวะเองไม่ได้ เจ็บหลังมาก หรืออาการแย่ลงเร็ว ไม่ควรรอ ควรพามาโรงพยาบาลก่อน

🚨
ถ้าน้องเดินไม่ได้ทันที ลากขาหลัง ปัสสาวะเองไม่ได้ เจ็บหลังมาก หรืออาการแย่ลงเร็ว
ไม่ควรรอส่งวิดีโออย่างเดียว ควรพามาโรงพยาบาลก่อน เพราะโรคไขสันหลังบางชนิดมีช่วงเวลาสำคัญที่มีผลต่อโอกาสฟื้นตัว
สังเกตอาการแรกที่เจ้าของมักเห็น
เริ่มจากอาการที่เกิดขึ้นจริงที่บ้าน เพื่อช่วยตัดสินใจว่าอาการของน้องควรเฝ้าดู ส่งวิดีโอ นัดตรวจ หรือรีบพามาโรงพยาบาล
ไม่ยอมกระโดดขึ้นโซฟา / เตียง
อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของอาการปวดหลัง ปวดคอ หรือหมอนรองกระดูกระยะแรก
หลังโก่ง เดินเกร็ง ร้องเวลาอุ้ม
อาจมีอาการเจ็บจากกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูก ควรเริ่มประเมินอย่างเป็นระบบ
ขาหลังอ่อนแรง เล็บครูดพื้น
อาจบ่งบอกว่าการรับรู้ตำแหน่งขาจากระบบประสาทเริ่มผิดปกติ
ลากขาหลัง / เดินไม่ได้ทันที
ไม่ควรรอ ควรพามาโรงพยาบาล โดยเฉพาะถ้าเกิดขึ้นเฉียบพลันหรือแย่ลงเร็ว
ควรรอดู ส่งวิดีโอ หรือรีบมาโรงพยาบาล?
🟢 เฝ้าสังเกต + ส่งวิดีโอ
- เดินแปลกเล็กน้อย
- ยังเดินได้ กินได้ หายใจปกติ
- ไม่มีอาการเจ็บชัดมาก
สิ่งที่ควรทำ: จำกัดการกระโดด ถ่ายวิดีโอ และทัก LINE OA
🟡 ควรนัดตรวจ
- ไม่ยอมกระโดด
- หลังโก่ง ร้องเวลาอุ้ม
- เล็บครูดพื้น
- ขาหลังเริ่มอ่อนแรง
สิ่งที่ควรทำ: นัดตรวจระบบประสาทในเวลาใกล้ ๆ
🔴 ไม่ควรรอ
- เดินไม่ได้ทันที
- ลากขาหลัง
- ปัสสาวะเองไม่ได้
- เจ็บหลังมาก หรือมีอุบัติเหตุ
สิ่งที่ควรทำ: พามาโรงพยาบาลทันที
โรคไขสันหลังในสุนัขคืออะไร?
ไขสันหลังเป็นเหมือน “สายสัญญาณหลัก” ที่ส่งคำสั่งจากสมองไปยังขา ลำตัว หาง กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ เมื่อไขสันหลังถูกกด เบียด อักเสบ เสื่อม ขาดเลือด หรือได้รับบาดเจ็บ สุนัขจึงอาจเดินเซ ขาหลังอ่อนแรง ลากขา เจ็บหลัง หรือปัสสาวะผิดปกติ
ที่ STK เราไม่ได้มองอาการเดินผิดปกติว่าเป็นแค่ “ปวดขา” หรือ “แก่แล้วเดินไม่ไหว” แต่ประเมินแบบเป็นขั้นตอนว่าอาการอาจมาจากไขสันหลัง กระดูกสันหลัง กล้ามเนื้อ เส้นประสาท หรือโรคข้อ

5 โรคไขสันหลังในสุนัขที่เจ้าของควรรู้
ตารางนี้ไม่ได้มีไว้ให้เจ้าของวินิจฉัยเอง แต่ช่วยให้เข้าใจว่า “อาการแบบนี้ คุณหมอกำลังคิดถึงโรคกลุ่มไหนบ้าง”
| โรค / กลุ่มโรค | อาการเด่น | กลุ่มที่ควรระวังในไทย | ความเร่งด่วน |
|---|---|---|---|
| IVDD / หมอนรองกระดูกกดทับไขสันหลัง | เจ็บหลัง หลังโก่ง เดินเซ ขาหลังอ่อนแรง ลากขา เดินไม่ได้ | French Bulldog, Dachshund, Corgi, Beagle, Shih Tzu, Pekingese, Poodle | สูงมาก |
| FCE / ไขสันหลังขาดเลือดเฉียบพลัน | ขาอ่อนแรงทันที มักไม่ปวดมาก อาการซ้ายขวาไม่เท่ากัน | Labrador, Golden Retriever, Border Collie, Schnauzer, สุนัขพันธุ์กลาง-ใหญ่ | สูง |
| Degenerative Myelopathy / ไขสันหลังเสื่อม | ขาหลังค่อย ๆ อ่อนแรง เล็บครูดพื้น ไม่ค่อยเจ็บ | German Shepherd, Corgi, Boxer, Golden Retriever, Labrador | ปานกลาง แต่ควรวางแผนเร็ว |
| Wobbler Syndrome | เดินเซทั้งตัว คอแข็ง ขาหน้าและขาหลังผิดปกติ | Doberman, Great Dane, Rottweiler, สุนัขพันธุ์ใหญ่ | สูง |
| Discospondylitis / การติดเชื้อกระดูกสันหลัง | ปวดหลังเรื้อรัง ไข้ ซึม เบื่ออาหาร ขาอ่อนแรงได้ | พบได้หลายพันธุ์ รวมถึงสุนัขพันธุ์ใหญ่และพันธุ์ผสม | สูง หากสงสัยติดเชื้อ |
รายละเอียดโรค 5 กลุ่ม
1. IVDD หรือหมอนรองกระดูกกดทับไขสันหลัง
IVDD เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอาการเจ็บหลัง ขาหลังอ่อนแรง ลากขา หรือเดินไม่ได้ในสุนัข โดยหมอนรองกระดูกอาจโป่งหรือแตกออกมากดไขสันหลัง ทำให้การส่งสัญญาณจากสมองลงมาที่ขาผิดปกติ
- ไม่ยอมกระโดดขึ้นลง
- หลังโก่ง เจ็บหลัง ร้องเวลาอุ้ม
- ขาหลังอ่อนแรง เดินเซ
- ลากขาหลัง หรือเดินไม่ได้ทันที
- บางรายปัสสาวะเองไม่ได้
2. FCE หรือไขสันหลังขาดเลือดเฉียบพลัน
FCE มักเกิดแบบเฉียบพลัน อยู่ดี ๆ สุนัขอ่อนแรงหรือใช้ขาได้ไม่เต็มที่ อาการมักเริ่มเร็ว และหลายรายเจ็บในช่วงแรกแล้วค่อยลดลง
3. Degenerative Myelopathy หรือโรคไขสันหลังเสื่อม
มักค่อย ๆ เป็นมากขึ้น โดยเฉพาะขาหลังอ่อนแรง เล็บครูดพื้น เดินเซ และการทรงตัวลดลง มักพบในสุนัขสูงวัย
4. Wobbler Syndrome
เป็นกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับกระดูกคอและไขสันหลังส่วนคอ ทำให้สุนัขเดินโยก เดินกว้าง และอาจมีความผิดปกติทั้งขาหน้าและขาหลัง
5. Discospondylitis หรือการติดเชื้อกระดูกสันหลัง
เป็นการอักเสบติดเชื้อบริเวณกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก เจ้าของอาจเห็นอาการเจ็บหลังร่วมกับไข้ ซึม เบื่ออาหาร และบางตัวเดินผิดปกติ
อาการแบบไหนไม่ควรรอ?
- อยู่ดี ๆ เดินไม่ได้
- ลากขาหลังชัดเจน
- ขาอ่อนแรงแย่ลงภายในไม่กี่ชั่วโมง
- เจ็บคอหรือเจ็บหลังมาก ร้องเมื่อขยับ
- ปัสสาวะเองไม่ได้ หรือท้องป่องจากกลั้นปัสสาวะ
- มีอุบัติเหตุ ตกจากที่สูง รถชน หรือกัดกัน แล้วเดินผิดปกติ
- เดินไม่ได้ร่วมกับไม่มีความรู้สึกที่ปลายเท้า
- เจ็บหลังร่วมกับไข้ ซึม เบื่ออาหาร
คำแนะนำ: ถ้าน้องเข้ากลุ่มนี้ แนะนำพามาโรงพยาบาลก่อน ไม่ควรรอประเมินเองที่บ้านนานเกินไป
เมื่อน้องมาที่ STK คุณหมอจะตรวจอะไรบ้าง?
1. ซักประวัติแบบละเอียด
ถามว่าเริ่มเมื่อไหร่ แย่ลงเร็วไหม มีอุบัติเหตุไหม มีอาการเจ็บไหม และปัสสาวะได้เองหรือไม่
2. ตรวจร่างกายทั่วไป
ตรวจสัญญาณชีพ ไข้ ความเจ็บ ภาวะขาดน้ำ สีเหงือก หัวใจ ปอด และโรคร่วม
3. ตรวจระบบประสาท
ประเมินการเดิน การวางเท้า รีเฟล็กซ์ ความเจ็บ การรับรู้ตำแหน่งขา และตำแหน่งรอยโรค
4. ตรวจเพิ่มเติมตามความจำเป็น
อาจพิจารณาเลือด ปัสสาวะ เอกซเรย์ CT/MRI หรือการตรวจน้ำไขสันหลังตามข้อบ่งชี้
แนวทางการตรวจ: เริ่มจากความจำเป็นก่อน
การประเมินเบื้องต้น
เหมาะกับอาการไม่รุนแรง ยังเดินได้ สัญญาณชีพปกติ และไม่มีอาการฉุกเฉิน
การตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
เหมาะกับเคสที่อาการชัดขึ้น มีขาอ่อนแรง เจ็บมาก หรือมีข้อบ่งชี้ว่าต้องหาสาเหตุให้ลึกขึ้น
การวินิจฉัยเชิงลึก
เหมาะกับเคสเดินไม่ได้ อาการแย่ลงเร็ว สงสัยไขสันหลังถูกกดทับ ติดเชื้อ เนื้องอก หรือโรคซับซ้อน
แนวทางนี้ไม่ใช่แพ็กเกจการขาย แต่เป็นการเลือกการตรวจตามอาการ ความเร่งด่วน ความปลอดภัยของน้อง และความพร้อมของครอบครัวอย่างเหมาะสม
ก่อนทัก LINE OA ควรถ่ายวิดีโอแบบไหน?
- ท่าเดินจากด้านข้าง — ให้เห็นทั้งตัวขณะเดิน
- ท่าเดินจากด้านหลัง — ดูขาหลัง ลากขา เดินเซ หรือขาไขว้
- ตอนลุกขึ้นจากพื้น — ดูแรงขาและความเจ็บ
- ตอนปัสสาวะหรือเบ่งปัสสาวะ — ถ่ายเมื่อไม่รบกวนน้องมากเกินไป
- ตอนมีอาการเจ็บหลังหรือร้องเมื่ออุ้ม — ถ่ายอย่างปลอดภัย ไม่บังคับท่าที่ทำให้น้องเจ็บ
ข้อสำคัญ: ไม่ควรบังคับให้น้องเดิน กระโดด หรือขึ้นลงบันไดเพื่อถ่ายวิดีโอ หากน้องเดินไม่ได้ เจ็บมาก หายใจผิดปกติ หรือปัสสาวะเองไม่ได้ ให้พามาโรงพยาบาลก่อน
สิ่งที่ไม่ควรทำเองที่บ้าน
- ไม่ควรนวด ดัดคอ หรือดัดหลังเอง
- ไม่ควรให้ยาแก้ปวดคน
- ไม่ควรให้ยาสเตียรอยด์หรือยาเดิมเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ไม่ควรปล่อยให้น้องกระโดด ขึ้นลงบันได หรือวิ่งเล่น
- ไม่ควรจับขาน้องยืดหรือทดสอบแรงขาเอง
- ไม่ควรรอดูหลายวันถ้ามีขาอ่อนแรง เดินไม่ได้ หรืออาการแย่ลง
โรคไขสันหลังไม่ได้จบแค่วันตรวจ แต่ต้องมีแผนชีวิตต่อ
ดูแลโดยทีมที่ประเมินอาการระบบประสาทอย่างเป็นขั้นตอน
โรงพยาบาลสัตว์เศรษฐกิจสัตวแพทย์ (Setthakit Animal Hospital) ตั้งอยู่ในเขตฝั่งธนบุรี / บางแค กรุงเทพฯ ผ่านมาตรฐาน Cat Friendly Clinic และมีทีมสัตวแพทย์หลายสาขา เช่น อายุรกรรม ผิวหนัง ตา หัวใจ และระบบประสาท
สัตวแพทย์ประจำหน่วยอายุรกรรม / ระบบประสาท
สัตวแพทย์หญิง ภูริพร ชลาชีวะ (หมอนิว)
ศูนย์โรคระบบประสาทสัตว์เลี้ยง
เลขที่ใบอนุญาต 01-12819/2561
วันออกตรวจ:
อาทิตย์ 08.00–17.30 น. · อังคาร 08.00–19.30 น. · พุธ 10.00–21.30 น. · พฤหัสบดี 10.00–21.30 น. · เสาร์ 09.00–20.30 น.
งดตรวจวันจันทร์และวันศุกร์
คำถามที่พบบ่อย
สุนัขขาหลังอ่อนแรง แปลว่าเป็นโรคไขสันหลังเสมอไหม?
ไม่เสมอไปครับ ขาหลังอ่อนแรงอาจเกิดจากโรคข้อสะโพก โรคเข่า กล้ามเนื้อ เส้นประสาท หรือไขสันหลังได้ การตรวจร่างกายและตรวจระบบประสาทช่วยแยกว่าปัญหาอยู่ที่ข้อ กล้ามเนื้อ เส้นประสาท หรือไขสันหลัง
สุนัขเดินไม่ได้กะทันหัน ต้องรีบไหม?
ควรพามาตรวจโดยเร็วครับ เพราะอาจเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกกดทับ ไขสันหลังขาดเลือด อุบัติเหตุ หรือโรคไขสันหลังเฉียบพลันบางชนิด
สุนัขไม่ยอมกระโดดขึ้นโซฟา เกี่ยวกับหลังไหม?
เป็นไปได้ครับ สุนัขบางตัวเริ่มจากไม่อยากกระโดด หลังโก่ง เดินเกร็ง หรือร้องเวลาอุ้ม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณปวดหลังหรือหมอนรองกระดูกระยะแรก
ถ้าสงสัยสุนัขเจ็บหลัง ให้ยาแก้ปวดคนก่อนได้ไหม?
ไม่แนะนำครับ ยาแก้ปวดของคนบางชนิดเป็นอันตรายต่อสุนัข และอาจบดบังอาการจนพลาดช่วงเวลาสำคัญในการวินิจฉัย
นัดหมายตรวจระบบประสาทในสุนัข
หากน้องมีอาการเดินเซ ขาหลังอ่อนแรง เจ็บคอ เจ็บหลัง ลากขา ไม่ยอมกระโดด เดินไม่ได้ หรือปัสสาวะผิดปกติ เจ้าของสามารถส่งวิดีโออาการมาทาง LINE OA เพื่อให้ทีมช่วยประเมินเบื้องต้นและนัดหมายตรวจระบบประสาทได้ครับ
โรงพยาบาลสัตว์เศรษฐกิจสัตวแพทย์ · ฝั่งธนบุรี / บางแค กรุงเทพฯ · เปิดทุกวัน 08.00–22.00 น.